‘เฮลท์แคร์ 2017’ เปิดเวทีเผยเทคนิคสุขภาพวันสุดท้ายคึกคัก ปชช.ร่วมกิจกรรมเเน่นงาน

4.06.17 | 16:35 น.

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่เพลนารีฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมกับองค์กรภาครัฐและเอกชน จัดงานเฮลท์แคร์ 2017 “ฟิตเกินวัย ใจเกินร้อย” มหกรรมเพื่อคนรักสุขภาพซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยภายในงานมีการตรวจสุขภาพฟรีจากโรงพยาบาลและสถาบันชั้นนำจำนวน 16 แห่ง อาทิ รพ.เลิดสิน ตรวจมวลกระดูกและประเมินความเสี่ยงการเกิดกระดูกหัก, รพ.จุฬาภรณ์ ตรวจประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็ง, บริการ First Aid โดย รพ.แพทย์รังสิต และ รพ.ไทยนครินทร์ ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อป ศิลปะ-ไอที-การเงิน การเสวนาบนเวที งานออกร้านสินค้าสุขภาพกว่า 200 บูธ พร้อมกิจกรรมออกกำลังกายและฟังเพลงในช่วงเย็นของทุกวัน

นายสุรพล พิทยาสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมงานเป็นภาพรวมที่ดี งานสุขภาพผู้สูงวัย ซึ่งเราจัดมาเป็นปีที่ 2 แล้ว ยอดคนเข้างานปีที่แล้วต่างกับปีนี้มาก คนให้ความสนใจเยอะ อย่างเมื่อวานยอดราว 8,000 คน วันนี้น่าจะเกือบหมื่น รวม 4 วันราวๆ 3-4 หมื่นคน ในแง่ขององค์ความรู้ ส่วนวิทยากรต่างๆ ทุกรายการ รวมถึงเพลง คนให้ความสนใจมากขึ้น เพราะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ในแง่เวิร์กช็อปตลอด 4 วัน ทุกกิจกรรมมียอดเต็มหมด หลายๆ ส่วนดีมาก แง่ค้าขาย ทุกบูธมียอดขายตลอดงานไม่ต่ำกว่าวันละ 2-3 ล้านบาท

“ไฮไลต์คือเรื่องสุขภาพ ทั้ง 16 โรงพยาบาลทำงานกันไม่หยุด คนมาเข้าคิวรอทุกวัน เช่น ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันละ 300 คนก็หมดทุกวัน มีการตรวจ-ทำฟัน แน่นทุกวัน ภาพรวมถือว่าดี ในแง่ของอภัยภูเบศร เรื่องนวดสปา ปีนี้ถือเป็นปีแรก คนให้ความสนใจเยอะ ตัวสมุนไพรที่นำมาแจกก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่คนชอบ ด้านสวนสุขใจเองกลายเป็นแลนด์มาร์คที่คนมานั่งพักผ่อน คนไม่เคยเห็นประติมากรรมของวศินทร์บุรี ไม่เชื่อว่าจะนำมาอยู่ในงานนี้ได้

“ปีนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ เป็นการจัดเฮลท์แคร์ซึ่งจัดมา 9 ครั้งแล้ว แต่ส่วนผู้สูงวัยจัดมา 2 ครั้ง วันข้างหน้าคงทำต่อไปเป็นครั้งที่ 10 ให้ยิ่งใหญ่ขึ้น ตอบสนองสังคมมากขึ้น เราไม่ได่พูดถึงช่วงวัย ที่ผ่านมาตั้งแต่เรื่องโรคมะเร็ง หัวใจ แต่ปีหน้าจะเป็นเรื่องอะไร เราคงต้องประกาศออกไปอีกครั้ง และต้องขอบคุณพันธมิตรทางโรงพยาบาล เหมือนเป็นการรวมโรงพยาบาลทั้งหลายมาร่วมตรวจให้ประชาชน เรายังคงเป็นงานสุขภาพอันดับ 1 ของเมืองไทยในเครือมติชน” นายสุรพลกล่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการจัดงานวันสุดท้ายเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ร่วมงานเข้าร่วมบูธกิจกรรมอย่างหนาแน่น ประกอบกับเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยกิจกรรมที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือการตรวจสุขภาพฟรี และกิจกรรมให้ความรู้เรื่องสมุนไพรของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งมีผู้ร่วมฟัง ร่วมซื้อผลิตภัณฑ์จากชาและสมุนไพรจำนวนมาก

ด้านนางจีรพร ปัทมาภิรัตน์ อายุ 76 ปี กล่าวว่า มางานนี้ครั้งแรก อาศัยหลานๆ พามา ตนออกจากบ้านแถวสวนสยามตั้งแต่ 8 โมงเช้า มาทันฉีดวัคซีน ตอนนี้รอตรวจหัวใจต่อ ปกติไปตรวจที่โรงพยาบาลต้องเสียเงินเยอะ งานนี้น่ามาเพราะให้บริการฟรี ถามอะไรหมอน่าจะได้ความรู้มาก เพราะเวลาไปโรงพยาบาลหมอไม่ค่อยตอบ เขาไม่วินิจฉัยโรคเรา

“เรางงกับโรคของเรา คิดว่ามางานนี้น่าจะเข้าใจโรคตัวเองมากขึ้น ปกติมีความดัน มีโรคกระดูกร่วมด้วย แต่สงสัยว่าเป็นโรคแพ้ผื่นต่อมน้ำมันหรือเปล่า ถามหมอ หมอไม่ตอบเรา รักษามา 6 ปีแล้วก็ยังไม่รู้ว่าเราเป็นถึงขั้นไหน เลยอยากมาตรวจที่งานนี้ ถ้าบ่ายๆ ว่างๆ จะไปคุยกับคุณหมอจากยันฮี อยากรู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ตอนนี้ยังไม่ได้เดินดูกิจกรรมอื่นในงาน อยากมาดูโรคของตัวเองก่อน แต่เรื่องสถานที่จัดงานนับว่าไกลบ้านมาก ถ้ามาเองคงไม่สะดวก ต้องให้คนอื่นพามา ตัวเราเองก็ 76 แล้ว อยากให้มีงานนี้บ่อยๆ มีนานๆ หน่อย ไม่ใช่จัดเพียง 4 วัน อาจจะสัก 10 วัน เพราะคนเยอะมาก รอคิวนาน เหมือนตรวจได้ไม่กี่โรคก็หมดเวลา” นางจีรพรกล่าว

น.ส.วิมลรัตน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อายุ 67 ปี กล่าวว่า เพิ่งมีโอกาสมาวันนี้ อยากมาตั้งแต่วันแรก แต่มาไม่ได้ เพราะอยู่คนเดียว ทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชน เป็นแฟนมติชนอยู่แล้ว วันนี้เลยพกโปรแกรมมาดูด้วย ปกติสนใจเรื่องสุขภาพอยู่แล้ว มีวิธีดูแลตัวเองคือทานอาหารไม่เยอะ เลือกทาน เพราะเป็นเบาหวาน ออกกำลังกายด้วยการเดิน เคลื่อนไหวเยอะๆ

“อยากมางานนี้ เพราะมีต้นไม้ มีเรื่องยา ชอบ ส่วนตัวไม่ได้มาตรวจสุขภาพเพราะดูแลตัวเองดีอยู่แล้ว การจัดงานก็ดี ปีหน้าอยากให้มีอีก ถึงสถานที่อยู่ไกลจากเรา แต่มีรถไฟใต้ดิน เดินทางสะดวก ชอบ ถ้าจัดงานมากกว่าปีละ 1 ครั้งก็ดี มองว่ามีตัวเลือก หรือถ้ามีสัญจรไปต่างจังหวัดก็ยิ่งดี ถ้าสะดวกไปก็จะตามไปด้วย แต่ติดตรงที่ไม่มีคนอยู่บ้าน มีสัตว์ต้องเลี้ยงดู ถ้าไปค้างสัก 1 คืนคงพอไหว” น.ส.วิมลรัตน์กล่าว

เวลา 11.00 น. มีกิจกรรม Doctor Talk เรื่อง เพิ่มความสดใสให้ใบหน้า บอกลาหนังตาตก โดย พญ.จันทรัสม์ ไววนิชกุล จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุตกแต่งและเสริมสร้าง รพ.คริสเตียน จากนั้นเวลา 12.00 น. มีกิจกรรมเวิร์กช็อป “ดูแลคนที่คุณรักในแบบ 4.0 By True Smart Health” โดย วิทยากรทรูคอร์ปอเรชั่น และในเวลาเดียวกัน ที่เวทีกลาง มีกิจกรรม Doctor Talk เรื่อง ดูแลสุขภาพกาย-ใจ ผู้สูงวัยสุขภาพดี โดย นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ อายุรแพทย์และผู้อำนวยการ รพ.ผู้สูงอายุ Chersery home

นพ.เก่งพงศ์กล่าวว่า ตอนนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว ซึ่งจริงๆ เริ่มเข้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 แล้ว และไม่ใช่แค่ไทยเท่านั้น แต่หมายถึงทั่วโลกด้วย การเป็นผู้สูงวัยที่สุขภาพดีเพียงแค่เรายึดหลักง่ายๆ คือ กายดี กินได้ สบายสุข โดย 4 พฤติกรรมที่เร่งความแก่เข้าหาร่างกายคือ การมีวิถีชีวิตเร่งรีบ, หักโหม พักผ่อนน้อย ทำงานหนัก, สะสมความเครียดเรื้อรัง และมลภาวะเป็นพิษ อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ “อาหาร” การมีรอยเหี่ยวย่นมากขึ้นก็มาจากอาหารเช่นกัน การทานอาหารดีหรือไม่ดี ร่างกายจำเป็นต้องเผาผลาญ ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้น การเผาผลาญจะน้อยลง มวลกล้ามเนื้อลดลง กิจวัตรประจำวันที่เคยทำก็ลดน้อยลง

“มี 4 เทคนิคที่ไม่ควรทำมากไป ให้ทำแต่พอดี คือ 1.ไม่กินมากเกินไป 2.ไม่กินหวาน 3.ไม่เค็ม และ 4.ไม่กินน้อยเกินไปจนร่างกายขาดสารอาหาร ส่วนเรื่องการควบคุมความเค็มนั้น เริ่มจากการไม่ปรุงเพิ่ม ไม่ซดน้ำแกง ใช้เทคนิค 2 ช้อนชา เลี่ยงอาหารหมักดอง และทำอาหารทานเองจะดีที่สุด สำหรับการออกกำลังกายช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง เกิดความยืดหยุ่น และทรงตัวได้ดี มีหลักการ 4 พอดี คือ หนักพอดี, นานพอดี, เวลาพอดี และเหมาะสมพอดีกับโรค และหากท่านไหนที่ไม่มีเวลาออกกำลังกายหรือไม่มีอุปกรณ์ออกกำลังกาย สามารถใช้วิธีแกว่งแขนได้ ทำได้ทุกที่ ทุกวัน โดยเริ่มจากการยืนกางแขนเล็กน้อย แกว่งแขนขึ้นลง และต้องโฟกัสร่างกาย 3 ส่วนด้วย คือ ขาทั้งสองข้าง หน้าท้อง และหลัง สิ่งสุดท้ายคือ ผมคิดว่าผู้สูงวัยเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของครอบครัว มีประสบการณ์ที่ดีเยอะมาก อยากให้ท่านและคนในครอบครัวของท่านดูแลสุขภาพ เพื่อส่งต่อพลังและประสบการณ์ดีๆ ให้แก่คนรุ่นหลังได้อีกนาน” นพ.เก่งพงศ์กล่าว

ต่อมาเวลา 13.00. น. เคลลี่ ธนะพัฒน์ ดารานักแสดงชื่อดัง ร่วมพูดคุยในหัวข้อ “หล่อกระชากวัย สไตล์เคลลี่ ธนะพัฒน์” เวลาเดียวกัน มีกิจกรรมเวิร์กช็อป “บอลนวดนิ้ว DIY โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)” จากนั้นเวลา 14.00 น. ร่วมพูดคุยกับ นพ.ชาญพงค์ ตังคณะกุล ผอ.ศูนย์สมองและระบบประสาท รพ.กรุงเทพ หัวข้อ “โรคสมองป้องกันได้” โดยว่า โรคที่มนุษย์เรากลัวมีอยู่ 2 อย่าง คือ อัมพฤกษ์อัมพาต และกลัวว่าความจำจะหายไป แต่วันนี้จะพูดถึงอาการอัมพฤกษ์อัมพาตเป็นหลัก ด้วยโรคนี้เป็นโรคที่ป้องกันได้ แต่นับเป็นมหันตภัย เพราะสามารถพบในคนไข้ที่อายุน้อยไปจนถึงอายุมากได้ทั้งหมด ส่วนโรคหลอดเลือดสมองที่จะทำให้เป็นอัมพฤกษ์อัมพาตนั้น มีปัจจัยที่เกิดได้จากภาวะของการอุดตันจากเส้นเลือด โรคนี้มีที่มาที่ไป พบได้ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลให้คนทำงานไม่ได้ โดยผู้ป่วยสามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้จากอาการปากเบี้ยว มือไม้อ่อนแรง การพูดไม่ชัด การมองเห็นผิดปกติ ปวดศีรษะรุนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน รวมทั้งอาการบ้านหมุน สิ่งเหล่านี้เป็นอาการเร่งด่วนที่ควรพบแพทย์โดยเร็ว อีกทั้งเกิดขึ้นได้ในทุกเพศ ทุกวัย และขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยง เช่น มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ การสูบบุหรี่ เป็นต้น

นพ.ชาญพงค์กล่าวต่อว่า ควรหลีกเลี่ยงการทานของมัน เช่น ข้าวมันไก่ ไข่เจียว ขาหมู เพราะอาหารเหล่านี้จะเกิดเป็นคราบไขมันไปจับที่หลอดเลือดคอและหลอดเลือดสมอง แต่มักไม่แสดงอาการ เวลาไปตรวจสุขภาพควรให้คุณหมอเจาะจงตรวจอาการเหล่านี้ด้วย โดยเราสามารถป้องกันได้ แต่ถ้าอาการหนักกว่า 70% ต้องได้รับการผ่าตัด หากต่ำกว่านั้นสามารถทานยาป้องกันได้ ซึ่งตัวยาที่ได้รับการยอมรับคือพวกแอสไพริน หรือหากเป็นอาการเส้นเลือดสมองตีบก็สามารถทานยากลุ่มเบบี้แอสไพรินได้ แต่ทางที่ดีควรไปพบแพทย์

“ควรป้องกันโดยระวังไม่ให้ความดันตัวบนสูงกว่า 140 เลือกทานอาหารที่มีคลอเรสเตอรอลต่ำ ไม่ทานเค็ม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ฉีดวัคซีน และพบแพทย์เพื่อตรวจเป็นประจำทุกปี ส่วนตัวผู้ป่วยเองนั้น อย่าคิดว่าตัวเองเป็นคนป่วย เพราะการป่วยทำให้จิตใจหดหู่ ถ้ามีโซเชียลเข้าช่วย หรือออกไปนอกบ้านบ้าง โอกาสการเป็นโรคซึมเศร้าจะน้อยลง และถ้าผ่านช่วง 3-6 เดือนไปแล้ว อาการซึมเศร้าจะเริ่มดีขึ้น แต่ถ้าหดหู่มาก สิ้นหวัง ไม่มีกำลังใจ ควรพบจิตแพทย์ดีกว่า” นพ.ชาญพงค์กล่าว

จากนั้นในเวลา 15.00 น. ร่วมพูดคุยกับ พญ.ชัญวลี ศรีสุโข สูติ-นรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.พิจิตร และโฆษกแพทยสภา ในหัวข้อ “เคล็ดลับชะลอวัย ปิ๊งได้ในวัยทอง” เวลา 15.50 น. กิจกรรม Special Talk เรื่อง เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ-ย้อนวัย โดย นพ.ดำรงค์ เลาหะพรสวรรค์ และแขกรับเชิญพิเศษ ศรราม เทพพิทักษ์ จากนั้นในเวลา 16.00 น. กิจกรรมเวิร์กช็อป “เล่นไอจีให้สนุกแบบมือโปร” โดย OPPY CLUB

เวลา 17.00 น. มีพิธีมอบเงินรายได้จากการจัดกิจกรรมภายในงานให้กับมูลนิธิรามาธิบดี และคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อด้วยกิจกรรม Healthy Exercise “ฟิตเกินวัย ร่างกายแข็งแรง” และปิดท้ายด้วยกิจกรรม “เพลงสร้างสุข” จากโฉมฉาย อรุณฉาน และนักร้อง-นักดนตรี วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์