‘พนัส’ ปธ.สภาลูกจ้างฯ ลั่น ‘ไม่มีใครปลดผมได้’ อยู่มานาน 36 ปี ย้ำได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นายพนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย และผู้สมัครรับเลือกตั้งกรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “กรรมการข่าวคุยนอกจอ” ว่า ปัจจุบัน สภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทยมีสหภาพแรงงานในเครือข่ายจำนวน 286 แห่งทั่วประเทศ และยังมีเครือข่ายกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการอีกจำนวนมาก และยังมีสมาชิกสมทบ ที่ไม่มีสหภาพแรงงาน แต่มีกรรมการสวัสดิการตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน รวมแล้วมีอีกเป็นร้อยแห่ง
นายพนัส กล่าวว่า ตนได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกสหภาพแรงงานโดยตรง โดย 286 สหภาพแรงงานต้องมาโหวตให้ตนในที่ประชุมใหญ่ ขณะที่ คนอื่นเลือกกรรมการแล้วกรรมการไปเลือกประธาน แต่ตนที่ประชุมใหญ่เลือก เพราะฉะนั้นใครปลดตนไม่ได้ ต้องให้สมาชิกปลดอย่างเดียว
“ผมเป็นประธานสภามา 36 ปี ถ้าอยากปลดก็ปลดเลย ผมไม่เดือดร้อนอะไร ใครอยากปลดก็ปลดเลย” นายพนัส กล่าว
เมื่อถูกถามถึงสถานะของสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทยในบรรดาองค์กรแรงงานทั่วประเทศ นายพนัส กล่าวว่า ปัจจุบันมีสภาองค์การลูกจ้างทั่วประเทศประมาณ 22 แห่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย และองค์กรของตนถือเป็นองค์กรแรงงานขนาดใหญ่ของประเทศ
“ผมอยู่ในวงการแรงงานมา 53 ปี เป็นพนักงานการรถไฟ 34 ปี วันนี้ยังรับบำนาญการรถไฟอยู่เลย ผมอยู่มาตั้งแต่ยุคสมาคมลูกจ้าง ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นสหภาพแรงงาน” นายพนัส กล่าว
นายพนัส ยังกล่าวถึงบทบาทในเวทีแรงงานระหว่างประเทศว่า ตนได้รับเลือกเป็นผู้แทนฝ่ายลูกจ้างของประเทศไทยเข้าร่วมประชุมองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) คนที่จะเป็นผู้แทนฝ่ายลูกจ้างของประเทศไทยไปประชุมองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ต้องได้รับการยอมรับจากขบวนการแรงงานทั้งประเทศ ตนไปประชุมที่เจนีวาหลายครั้ง และกำลังจะไปพูดเรื่อง AI เพราะตอนนี้ทั่วโลกกำลังกังวลว่า AI จะทำให้คนตกงานจำนวนมาก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา
สำหรับกรณีการออกมาเคลื่อนไหวเรื่องปฏิทินสำนักงานประกันสังคม นายพนัส กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกิดจากเสียงสะท้อนของผู้ใช้แรงงานจำนวนมาก
“ลูกจ้างถามผมว่า ทำไมไม่มีแล้ว ทำไมตัด ทำไมถึงเอาออก ทำไมไม่สู้ ผมก็ถูกถามมาตลอด เพราะลูกจ้างด่าทุกเรื่องที่เขาคิดว่าเป็นสวัสดิการที่เคยได้แล้วไม่ได้” นายพนัส กล่าว
นายพนัส กล่าวว่า ประกันสังคมเป็นเพียงหนึ่งในภารกิจที่องค์กรแรงงานดูแล เพราะยังมีเรื่องสิทธิแรงงานและสวัสดิการแรงงานอีกจำนวนมาก ประกันสังคมเป็นแค่ 1 ใน 3 ของชีวิตลูกจ้าง หนึ่งคือความมั่นคงจากประกันสังคม สองคือการทำงานโดยไม่ถูกเอาเปรียบในสถานประกอบการ และสามคือการดูแลช่วยเหลือทางกฎหมาย ซึ่งสภาแรงงานมีทนายความคอยช่วยลูกจ้างโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
นายพนัส กล่าวว่า ผู้ใช้แรงงานจำนวนมากตั้งคำถามถึงการยกเลิกปฏิทินประกันสังคม เพราะมองว่าเป็นสิ่งที่จัดทำเพื่อผู้ประกันตน ส่วนงบประมาณที่ใช้ในการจัดทำปฏิทินเป็นเพียงส่วนน้อยของงบประมาณบริหารจัดการสำนักงานประกันสังคม
“กฎหมายให้สำนักงานประกันสังคมใช้เงินบริหารจัดการได้ไม่เกิน 10% ของเงินสมทบ แต่ใช้จริงประมาณ 3% เท่านั้น เงินส่วนนี้ใช้จ่ายเรื่องเงินเดือนเจ้าหน้าที่ ค่าอุปกรณ์ ค่าประชาสัมพันธ์ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่าง ๆ” นายพนัส กล่าว
นายพนัส กล่าวว่า ปฏิทินไม่ได้เป็นเพียงสิ่งของแจก แต่เป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์ข้อมูลประกันสังคมให้ผู้ประกันตนรับรู้สิทธิของตนเอง
“คนไม่อยากเสียเงินซื้อปฏิทิน เขาก็เอาปฏิทินประกันสังคมไปติดบ้าน พอหันไปดูก็เห็นประกันสังคม เห็นสิทธิประโยชน์ เห็นข้อมูลต่าง ๆ มันเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์อย่างหนึ่ง” นายพนัส กล่าวและว่า ตนไม่ได้ต่อสู้เรื่องปฏิทินเพียงอย่างเดียว แต่ทำหน้าที่สะท้อนเสียงของผู้ใช้แรงงานที่ส่งมาถึงองค์กรแรงงาน
“ผมไม่ได้เรียกร้องเพราะตัวผมเอง แต่เรียกร้องเพราะลูกจ้างถามมา ลูกจ้างสงสัยมา แล้วหน้าที่ของผมคือต้องตอบและต้องสะท้อนเสียงของเขา”นายพนัส กล่าว

