เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในการเป็นประธานเปิดงานวันต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2560 โดยมี อาทิ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ผู้บริหารพม. ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเอกอัครราชทูตและผู้แทนสถานทูตต่างๆ องค์การระหว่างประเทศ ภาคเอกชนกว่า 600 คน เข้าร่วมงานว่า รัฐบาลนี้ได้ดำเนินการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ 3 ปีติดต่อกัน เริ่มจากการกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ต่อมามีการบูรณาการความร่วมมือภาคส่วนต่างๆ แก้ปัญหา ตลอดจนสร้างความตระหนักแก่สังคม ทั้งนี้ สิ่งที่เราต้องทำในวันนี้คือ การแก้ปัญหาอย่างครบวงจร และแก้อย่างเท่าทันการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาต่างๆ อย่างการค้ามนุษย์ที่แอบแฝงมากับธุรกิจการค้าและบริการต่างๆ ซึ่งแม้เราจะมีกฎหมายมากเพียงใดก็ตาม แต่หากทุกคนไม่มีจิตสำนึก โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มุ่งหวังแต่กำไรอย่างเดียว ไม่คำนึงถึงการทำให้ถูกกฎหมายก็ไม่มีวันแก้ได้ เพราะการใช้กฎหมายแก้ได้แค่ปลายเหตุ ฉะนั้นต้องสร้างจิตสำนึกในการดูแลผู้มีรายได้น้อยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขณะที่ทุกคนอยากให้นึกถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ว่าหากไม่หวังอะไรเกินขีดความสามารถตัวเอง ก็ไม่ต้องโดนเขาหลอก เพราะทุกอย่างที่ถูกหลอกวันนี้เพราะมนุษย์มีความต้องการในสิ่งที่ดีกว่า มากกว่า ซึ่งถ้าหากเป็นไปไม่ได้ ก็อย่าไปเชื่อเขา ก็คิดว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในเรื่องความมีเหตุมีผลในเรื่องการใช้จ่ายเงิน จะเป็นภูมิคุ้มกันให้ประชาชนและลดปัญหาเหล่านี้ไปได้ รวมถึงปัญหาอื่นๆ อย่างไรก็ตาม กรณีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สามารถยึดทรัพย์สินขบวนการค้ามนุษย์ได้ 784 ล้านบาท ในปีนี้ซึ่งถือว่ามากที่สุดที่เคยยึดมานั้น อย่าเพิ่งดีใจ ตนไม่ดีใจหรอก แต่อยากให้ยึดมากกว่านี้ ยึดให้มันเลิกไปเลย ก็ให้ไปหาวิธีการมา ซึ่งรัฐบาลนี้ให้ความสำคัญและคาดหวังว่ารัฐบาลต่อไปๆจะให้ความสำคัญเรื่องนี้ด้วย อย่าให้ปัญหากลับมาอีก

ขณะที่ นายไมตรี อินทุสุต ปลัดพม. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ประกาศให้วันที่ 5 มิถุนายน เป็น “วันต่อต้านการค้ามนุษย์” เนื่องจากเป็นวันที่ประกาศใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 พม.จึงได้จัดงานดังกล่าว ภายใต้แนวคิดประชารัฐ ร่วมใจ ต้านภัยการค้ามนุษย์ เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับการต่อต้านการค้ามนุษย์และผนึกกำลังจากทุกภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมกันต่อต้านการค้ามนุษย์
นายไมตรี กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมามีการดำเนินคดีการค้ามนุษย์ 333 คดี ร้อยละ 75 เป็นคดีการแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบการค้าประเวณี รองลงมาเป็นคดีบังคับใช้แรงงาน และการแสวงประโยชน์จากการนำคนมาขอทาน รัฐบาลได้ผนึกกำลังความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกมิติ เริ่มตั้งแต่การกำหนดนโยบายให้การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ การบูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ การปรับปรุงกฎหมาย และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดี ตลอดจนการคุ้มครองผู้เสียหาย โดยมีผลงานสำคัญ อาทิ การประกาศใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 แก้ไขเพิ่มเติมนิยามของการค้ามนุษย์ให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายตีความเป็นไปในทิศทางเดียวกัน, ปปง.สืบสวนสอบสวนและยึดทรัพย์ในคดีค้ามนุษย์มากสุดในรอบ 10 ปี เป็นเงินจำนวน 784 ล้านบาท รวมถึงการพัฒนาระบบการคุ้มครองช่วยเหลือ โดยพม.สามารถช่วยเหลือผู้เสียหายทั้งคนไทยและคนต่างด้าว รวมทั้งสิ้น 561 คน โดยสิทธิที่ผู้เสียหายพึงจะได้รับ เช่น ผู้เสียหายต่างชาติได้รับอนุญาตให้อยู่และทำงานในประเทศไทยได้ 2 ปี หลังสิ้นสุดคดี เพิ่มประเภทงานให้ผู้เสียหายทำงานนอกสถานคุ้มครองได้ทุกประเภท โดยมีผู้เสียหายทำงานทั้งในและนอกสถานคุ้มครอง จำนวน 196 คน (จากเดิมปี 2558 จำนวน 47 คน) และมีมาตรการส่งเสริมการมีงานทำสำหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้ทำงานระหว่างการคุ้มครองและให้ความร่วมมือในการดำเนินคดี เป็นต้น


