นักสิ่งแวดล้อม เตือน เปลี่ยนผ่านฤดู ฟ้าผ่าบ่อย แนะวิธีเอาตัวรอด
วันที่ 5 มิถุนายน นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู ฟ้าผ่าบ่อยคนที่อยู่ในที่โล่งหรือที่สูงถูกฟ้าผ่าเพราะอะไร?
..เอาตัวรอดย่างไร
นายสนธิ ระบุว่า ฟ้าผ่า เกิดจากการสะสมของประจุ ไฟ ฟ้าภายในเมฆฝนฟ้าคะนอง จนเกิดความต่างศักย์ไฟฟ้าขนาดมหาศาลระ หว่างเมฆกับพื้นดิน ประจุลบที่ฐานเมฆจะดึงดูดประจุบวกบนพื้นโลก เมื่อประจุมีปริมาณมากพอจะเอาชนะฉนวนของอากาศ จะเกิดการปล่อยประจุพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว
นายสนธิ ระบุว่า เมื่ออยู่กลางแจ้งในพื้นที่เปิดโล่ง ฟ้า ผ่ามักจะวิ่งเข้าหาคนเพราะคนกลายเป็นวัตถุที่สูงที่สุดในบริเวณนั้น ซึ่งช่วยลดระยะทางที่กระแสไฟฟ้าต้องเดินทางผ่านอากาศที่เป็นฉนว กระบวนการนี้เกิดขึ้นมาจากหลักการทางฟิสิกส์และพฤติกรรมของกระแสไฟฟ้า ดังนี้
สาเหตุที่คนกลางแจ้งจึงตกเป็นเป้าหมายของสายฟ้า เพราะ เส้นทางที่มีความต้านทานต่ำสุด (Path of Least Resistance) อากาศปกติทำหน้าที่เป็นฉนวนต้านทานไฟฟ้าที่หนาแน่นมาก เมื่อประจุไฟฟ้าในก้อนเมฆและบนพื้นดินมีปริมาณสูงมากพอ กระแสไฟฟ้าจะมองหาเส้นทางที่ผ่านอากาศสั้นที่สุดเพื่อถ่ายเทประจุลงดิน ตัวมนุษย์ที่ยืนสูงเด่นขึ้นมาจึงช่วยร่นระยะทางของอากาศลง และเนื้อเยื่อในร่างกายมนุษย์ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักยังนำไฟฟ้าได้ดีกว่าอากาศโดยรอบ
การส่งประจุขึ้นไปปะทะกัน (Upward Streamers) ขณะที่ก้อนเมฆส่งประจุลบ (Step Leader)แตกแขนงลงมาใกล้พื้นดิน ประจุบวกบนพื้นดินจะเคลื่อนที่ขึ้นไปสะสมอยู่บนวัตถุที่สูงและโดดเดี่ยว เช่น ต้นไม้ เสาไฟ หรือแม้แต่ตัวมนุษย์ ประจุบวกนี้จะพุ่งยื่นขึ้นไปในอากาศเรียกว่า “ลำประจุขึ้น” (Upward Streamer) เมื่อลำประจุจากร่างกายของเราพุ่งไปเชื่อมต่อกับประจุลบที่ลงมาจากเมฆได้สำเร็จวงจรไฟฟ้าจะสมบูรณ์และเกิดเป็นสาย ฟ้าผ่าลงมาทันที
นายสนธิ ระบุด้วยว่า โลหะบนร่างกายไม่ได้เพิ่มแรงดึงดูดให้ฟ้าผ่าลงที่คุณมากกว่าปกติ แต่อย่างไรก็ตามโลหะเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม ดังนั้นหากถูกผ่ามันจะนำกระแสไฟฟ้าและสร้างความร้อนจนทำให้เกิดแผลไหม้บนร่างกายรุนแรงได้
“สำหรับ วิธีเอาตัวรอดเมื่อติดอยู่กลางแจ้ง หากได้ยินเสียงฟ้าร้องหรือเห็นพายุตั้งเค้าให้ปฏิบัติดังนี้ 1.รีบหาที่หลบภัยที่ปลอดภัย โดย เข้าไปในอาคารปิดที่มั่นคงหรือเข้าไปนั่งในรถยนต์ที่เป็นโครงโลหะปิดมิดชิด (ไฟฟ้าจะวิ่งอ้อมโครงเหล็กด้านนอกลงดินไปเอง)2.ห้ามหลบใต้ต้นไม้เด็ดขาด ต้นไม้สูงคือเป้าหมายหลักจะทำให้โดนประกายไฟกระโดดใส่ได้ 3. หากไม่มีที่ร่มเลย (ติดอยู่กลางทุ่งโล่ง) 3.นั่งย่อตัวลงต่ำที่สุด (Crouch) เท่าที่จะทำได้ 4.ชิดเท้าทั้งสองข้างเข้าหากัน เพื่อลดความต่างศักย์ของแรงดันไฟฟ้าบนพื้น ป้องกันไม่ให้กระแสวิ่งเข้าขาหนึ่งออกอีกขาหนึ่ง
5.ใช้มือปิดหูและซบหน้าลงระหว่างเข่า ห้ามล้มตัวลงนอนราบกับพื้นเพราะการนอนราบจะเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับกระ แสไฟที่วิ่งมาตามพื้นดิน”นายสนธิ ระบุ



