รมช.มหาดไทย “พลพีร์” ผนึกทีม 3 กระทรวง มท.-ศธ.-พม. ลงพื้นที่เมืองโคราช ขับเคลื่อนนโยบาย “อนุทิน” ยกระดับคุณภาพชีวิต ชูโครงการ “ไทยช่วยไทย” ช่วยลดค่าครองชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ ย้ำข้าราชการมหาดไทยทำงานไม่ใช่แค่เสร็จ แต่ “ต้องสำเร็จ” เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ประชาชน
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบแนวทางบูรณาการขับเคลื่อนยกระดับทุนมนุษย์และปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของคนไทยทุกช่วงวัย ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมด้วย และมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เข้าร่วม ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา
เมื่อเดินทางถึงบริเวณงาน นายพลพีร์ และคณะ ร่วมเดินเยี่ยมชมบูธนิทรรศการบูรณาการภารกิจ 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยในส่วนของกระทรวงมหาดไทย กรมการพัฒนาชุมชน ได้มีการจัดแสดงความสำเร็จและการขับเคลื่อนภารกิจด้านต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทย อาทิ นิทรรศการผ้าไทย ผ้าลายพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา อีกด้วย

นายพลพีร์ กล่าวว่า ตนมีความมุ่งมั่นที่จะนำนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยบูรณาการร่วมกันทั้ง 3 กระทรวงไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการอาศัยกลไกการทำงานในพื้นที่ ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ไปจนถึงผู้ใหญ่บ้าน เพราะเป้าหมายสูงสุดของความสำเร็จในการปฏิบัติงานคือ “ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โครงการไทยช่วยไทย” ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล สิ่งสำคัญคือการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิและยืนยันตัวตนได้อย่างครอบคลุม จึงได้บูรณาการร่วมกับธนาคารกรุงไทย นำรถโมบายเคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชนถึงในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ผ่านวิทยุกระจายเสียงและเครือข่ายไลน์ของหมู่บ้าน เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิได้อย่างเท่าเทียมและไม่มีใครตกหล่น
เรื่องการบรรเทาและลดภาระค่าครองชีพ โดยร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการกำกับดูแลและตรวจสอบร้านค้าในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ดังนั้น ขอให้ข้าราชการมหาดไทยทุกคนให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ เพื่อสำรวจและดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไฟฟ้า ประปา รวมถึงที่ดินทำกิน
โดยขอให้ตระหนักเสมอว่าการทำงานต้องไม่ใช่เพียงแค่ “ทำให้เสร็จ” แต่ต้อง “ทำให้สำเร็จ” เพื่อร่วมกันทำหน้าที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ นายพลพีร์ ได้เน้นย้ำถึง นโยบายเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทย 5 ด้าน “Action 5 PLUS” มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนทุกมิติ ได้แก่ 1) ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สนับสนุนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจชุมชน 2) แก้ไขปัญหาความมั่นคง ยาเสพติดและชายแดน สร้างความปลอดภัยและความร่วมมือระดับพื้นที่ 3) ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น 4) ป้องกันและจัดการภัยพิบัติและพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ และพัฒนาเมืองอย่างสมดุล 5) ราชการทันสมัย สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและเปลี่ยนผ่านภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัล






