ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีครูพละ โรงเรียนใน จ.สุรินทร์ ลงโทษนักเรียน ป.4 กระโดดตบ 1,000 ครั้ง จนต้องนอน รพ. ย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เร่งสรุปรายงานส่ง สพฐ.
จากกรณีผู้ปกครองของ ด.ช.เอ (นามสมมติ) ชาว อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ร้องเรียนสื่อมวลชนว่า ด.ช.เอ นักเรียนชั้น ป.4 อายุ 9 ปี ถูกครูชายสอนวิชาพละ โรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งใน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ลงโทษด้วยการให้กระโดดตบ 1,000 ครั้ง จนได้รับบาดเจ็บ ปวดที่น่อง และต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสุรินทร์มาหลายวันแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึก เขต 3 (สพป.สุรินทร์ เขต 3) อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ได้รับการยืนยันว่าไม่นิ่งนอนใจ พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน โดยย้ำดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
น.ส.สุภาวดี ขุมทอง รองผู้อำนวยการ สพป.สุรินทร์ เขต 3 เปิดเผยว่า สพป.สรินทร์ เขต 3 ไม่ได้นิ่งนอนใจ ภายหลังได้รับทราบเหตุการณ์ ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่สั่งการให้ผู้บริหารที่รับผิดชอบพื้นที่ลงไปเยี่ยมให้กำลังใจนักเรียนและครอบครัว พร้อมพูดคุยกับผู้ปกครองและรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงร่วมกับทางโรงเรียนทันที ทั้งนี้ โรงเรียนได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว โดยจะรวบรวมข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ เนื่องจากต้องรอสอบถามข้อเท็จจริงจากนักเรียนที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งเพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน
รอง ผอ.สพป.สุรินทร์ เขต 3 กล่าวว่า วันนี้ (9 มิ.ย.) ผอ.สพป.สุรินทร์ เขต 3 ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินการพร้อมด้วยคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อเก็บข้อมูลจากครอบครัวเพิ่มเติม โดย สพป.สุรินทร์ เขต 3 กำชับสั่งการให้โรงเรียนเร่งรวบรวมข้อมูลและสรุปผลการสอบสวนโดยเร็ว เพื่อรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามขั้นตอน

“เขตพื้นที่ได้เน้นย้ำให้คณะกรรมการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่ช่วยเหลือหรือเข้าข้างฝ่ายใด หากพบว่ามีการกระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริง พร้อมขอให้ผู้ปกครองและสังคมมั่นใจในกระบวนการตรวจสอบที่เป็นธรรม” น.ส.สุภาวดีระบุ
นอกจากนี้ สพป.สุรินทร์ เขต 3 ยังได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานสหวิชาชีพ อาทิ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์ และบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุรินทร์ เพื่อร่วมดูแล เยียวยา และติดตามสภาพจิตใจของนักเรียนอย่างใกล้ชิด รวมถึงวางแนวทางการจัดการเรียนการสอนและการดูแลนักเรียนภายหลังออกจากโรงพยาบาล เพื่อให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
ส่วนทางครูคนดังกล่าวก็ได้เข้าไปคุย ในส่วนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนข้อเท็จจริงอยู่ วันนี้หลังจากผู้ปกครองใด้นัดคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เข้าพูดคุยเก็บข้อมูลจากเด็กนักเรียน ซึ่งเพิ่งออกจากโรงพยาบาลเสร็จแล้ว วันนี้ก็จะให้ทางโรงเรียนเร่งสรุปข้อเท็จจริงเพื่อรายงาน สพฐ.ต่อไป


