หย่าศึก! โชเฟอร์สองแถว-คนขับเก๋งต่างจับมือขอโทษกัน เจ้าของคัมรี่รับอารมณ์ร้อน

6.06.17 | 13:52 น.

จากกรณีเฟซบุ๊ก Papangkorn StarBiker RouteCoffee เผยแพร่คลิปคนขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีทอง กับรถสองแถวทะเลาะวิวาทกัน โดยคนขับรถยนต์พยายามจะปรี่เข้าไปหาเรื่องแต่คนขับรถสองแถวกลับหยิบอาวุธมีดที่เหน็บมาด้านหลังขู่กลับไปจนคนขับรถยนต์ต้องยอมถอยออกมาก่อนจะขับรถแยกย้ายกันไป โดยกรณีดังกล่าวถูกถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ได้และถูกแชร์ต่อกันไปในโลกออนไลน์

เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 6 มิถุนายน ที่ สน.ลาดพร้าว พ.ต.ท.พนมกร ฟองแก้ว สว.สส.สน.ลาดพร้าว เปิดเผยว่า เมื่อช่วงสายวันนี้นายนพดล หรือทอง แสนแก้ว อายุ 33 ปี คนขับรถสองแถว ได้เข้ามาให้ปากคำพร้อมกับคนขับรถยนต์ โดยทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจเอาความกัน ได้พูดตกลงจับไม้จับมือขอโทษกันเรียบร้อยแล้ว โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ซอยลาดพร้าว 107 แยก 7 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.

นายนพดลกล่าวว่า เหตุเกิดช่วงสายของวันที่ 4 มิถุนายน ขณะที่ขับรถรับส่งผู้โดยสารอยู่ในซอยลาดพร้าว 107 เมื่อมาถึงแยก 7 ขณะที่ขับรถออกจากป้ายรถประจำทางเห็นผู้โดยสารกำลังก้าวขาลงจากรถจึงเบรกทันทีตัวรถจึงหยุดอยู่หน้าปากซอยพอดี ขณะเดียวกันมีรถยนต์ขับออกมาจากซอยจึงเกือบชนกัน จากนั้นชายคนดังกล่าวได้ลงมาจากรถพร้อมตะโกนด่าเป็นภาษาใต้ด้วยถ้อยคำหยาบคาย จึงลงไปแล้วขอโทษแต่คนขับรถยนต์ยังไม่หยุดเดินไปดูทะเบียนรถตน พยายามขอโทษหลายครั้งแล้ว แต่คนขับรถยนต์กลับปรี่เข้ามาจะทำร้ายตนจึงชักมีดที่พกมาขู่ไว้ก่อนคนขับรถยนต์จึงเดินกลับไปที่รถแล้วแยกย้ายกันไป ทั้งนี้ขอโทษทางคู่กรณีที่ต้องชักอาวุธมีดออกมาเพราะเชื่อว่าหากเห็นว่ามีอาวุธจะไม่กล้าเข้ามา ส่วนมีดพกป้องกันตัวเนื่องจากเคยมีเหตุทะเลาะวิวาทกับวินจักรยานยนต์ในซอย

ด้านนายถนอมศักดิ์ เจริญพานิช อายุ 51 ปี กล่าวว่า ยอมรับว่าขณะนั้นอารมณ์ร้อนมากเพราะกำลังจะออกจากซอยแต่รถสองแถวจู่ๆ กลับจอดขวางไว้จึงโมโหลงมาต่อว่าคนขับรถสองแถว เมื่อเห็นว่ามีอาวุธมีดตนจึงมีสติไม่หาเรื่อง เดินกลับขึ้นรถไป อย่างไรก็ตามตนได้ขอโทษที่พยายามจะปรี่เข้าไปหา ยอมรับตรงนี้เพราะขาดสติจริงๆ

พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สน.ลาดพร้าว กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีทะเลาะวิวาทด้วยวาจาทั่วไปไม่มีการทำร้ายร่างกายหรือถูกตัวกัน ไม่มีผู้เสียหายมีแต่คู่กรณีกัน ทั้งนี้สองฝ่ายไม่เอาความกันอย่างไรก็ตามคนขับรถสองแถวพกพาอาวุธมีดมาด้วยจึงให้พนักงานสอบสวนทำประวัติ พร้อมแจ้งข้อหาพกพาอาวุธมีด และปรับเงิน 1,000 บาทตามกฎหมายต่อไป

Advertisement