จับแล้ว หนุ่มแอบอ้างเป็นการเมืองท้องถิ่น หลอกเหยื่อ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 50 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.ศิววงศ์ ดำรงสัจจ์ศิริ ผกก.3 บก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฏฐ์พัฒน์ ทองยอดแก้ว สว.กก.3 บก.ปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุมนายสิทธิศักดิ์ อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 908/2568 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” โดยจับกุมตัวได้ที่ลานจอดรถร้านอาหารแห่งหนึ่ง ต.บ้านรุน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในหลายพื้นที่ให้ช่วยติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคม มักจะหลอกลวงผู้เสียหายด้วยวิธีการต่างๆ นานา เช่น หลอกให้นำเงินมาลงทุนซื้อรถหรูมูลค่าเกือบ 2 ล้านบาท เพื่อนำไปปล่อยเช่าต่อ ก่อนจะเชิดรถหลบหนีไป
นอกจากนี้ ยังเคยก่อเหตุหลอกลวงเจ้าของโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ชลบุรี โดยทำทีเข้าไปตีสนิทและแอบอ้างตนว่าเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ต้องการจะขอซื้อกิจการโรงงานต่อจากผู้เสียหาย จากนั้นได้ขอดูเอกสารต่างๆ ของผู้เสียหาย และแอบนำไปปลอมแปลงเพื่อยื่นขอกู้เงินกับธนาคารในวงเงินกว่า 40 ล้านบาท หวังจะเชิดเงินหลบหนี แต่ผู้เสียหายตรวจสอบพบความจริงเสียก่อนจึงรอดจากการถูกหลอกมาได้อย่างหวุดหวิด
ทั้งนี้ ยังมีผู้เสียหายรายอื่นๆ อีกหลายรายในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ที่ถูกหลอกลวงในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป จนมีการออกหมายจับผู้ต้องหารายนี้รวม 8 หมายจับ มูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้นกว่า 50 ล้านบาท
ผู้ต้องหาได้ร่วมกันก่อเหตุกับภรรยาที่ถูกจับกุมตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ ต่อมาผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวในชั้นศาลแต่ได้หลบหนีคดีไปเป็นเหตุให้ถูกออกหมายจับอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวนติดตามตัวจนกระทั่งสืบทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จึงนำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบและทำการจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันก่อเหตุดังกล่าวจริง

