รวบสาวบัญชีม้า ฟันเฟืองแก๊งคอลเขมร รับหน้าที่ย้ายแอพพ์ธนาคารเหยื่อ-ฟอกเงิน
วันที่ 12 มิถุนายน พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.อดิศร อินทิยศ สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.ศุภรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 487/2569 ลงวันที่ 27 ม.ค. 2569 ข้อหา “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” และ “ร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก หรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” โดยจับกุมได้บริเวณหน้าบ้านพัก พื้นที่หมู่ 11 ต.กุดลาด อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
จากการจับกุมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนขยายผลเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ที่ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่หนองจาน ประเทศกัมพูชา จนพบว่า น.ส.ศุภรัตน์ เป็นหนึ่งในสมาชิกขบวนการดังกล่าว มีหน้าที่จัดเตรียมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จัดทำบัญชีม้า และช่วยดำเนินการฟอกเงินให้กับเครือข่าย
จากการสืบสวนพบว่า เมื่อมีผู้เสียหายหรือบุคคลที่ถูกหลอกให้เปิดบัญชีเดินทางมาถึงออฟฟิศของขบวนการ กลุ่มคนร้ายจะยึดโทรศัพท์มือถือ ก่อนนำแอพพลิเคชันธนาคารจากเครื่องของเหยื่อย้ายไปติดตั้งในโทรศัพท์ที่ใช้สำหรับปฏิบัติงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อควบคุมบัญชีและใช้เป็นช่องทางรับ-โอนเงินจากการหลอกลวง
นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์ว่าหากผู้ใดไม่ยินยอมให้ความร่วมมือ จะถูกข่มขู่และทำร้ายร่างกายจนกว่าจะยอมปฏิบัติตามคำสั่ง โดยขบวนการดังกล่าวมีหัวหน้าใหญ่เป็นชาวจีน ชาวกัมพูชา และชาวไทย มีแอดมินและผู้ร่วมขบวนการจำนวนมาก กระจายหน้าที่กันทำงานอย่างเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการไปแล้วรวม 21 ราย และติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถตามจับกุม น.ส.ศุภรัตน์ ได้ในที่สุด
สอบสวน น.ส.ศุภรัตน์ ให้การรับว่า ตนทำหน้าที่ย้ายแอพพลิเคชันธนาคารจากโทรศัพท์ของเหยื่อชาวไทยมาไว้ในเครื่องโทรศัพท์ที่ใช้ทำงานของขบวนการ โดยยอมรับว่าหากเหยื่อไม่ให้ความร่วมมือ มักจะถูกทำร้ายร่างกายจนยอมปฏิบัติตาม ขณะเดียวกันยังให้ข้อมูลว่า ภายในสำนักงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชามีทั้งคนไทยที่สมัครใจเดินทางไปทำงาน และผู้ที่ถูกหลอกลวงให้ไปทำงานปะปนกันอยู่จำนวนมาก
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป




