อังคณา น้อมรำลึก โครงการกำลังใจ ในพระราชดำริ ‘พระองค์ภาฯ’ คุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีผู้ต้องขัง

12.06.26 | 10:52 น.

อังคณา น้อมรำลึก โครงการกำลังใจ ในพระราชดำริ ‘พระองค์ภาฯ’ คุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีผู้ต้องขัง

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน สำนักพระราชวัง ประกาศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 19.48 น. สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ 47

นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภาและอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ระบุทางเฟซบุ๊กน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย พร้อมเล่าถึงพระกรณียกิจสำคัญที่สร้างความเปลี่ยนในราชทัณฑ์ ด้านการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องขัง อย่างโครงการกำลังใจ

นางอังคณาเผยว่า น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย สามสิบกว่าปีก่อน ทุกครั้งที่ไปรับลูกๆ ที่โรงเรียนราชินี จะพบพระองค์เจ้าโสมสวลีฯ ขับรถไปรับส่งพระองค์ภาฯ ซึ่งศึกษาที่โรงเรียนราชินีร่วมกับเด็กๆ สามัญ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล หลายครั้งจะเห็นพระองค์ท่านวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ และสุนัขทรงเลี้ยงระหว่างรอพระมารดามารับกลับบ้าน.. ต่อมาในช่วงปฏิบัติหน้าที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จพระองค์ท่านในการเป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการ การลงโทษทางอาญากับหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นประเด็นที่ท้าทายต่อกฎหมายลงโทษอาญาที่ร้ายแรงในประเทศไทย กับหลักการสิทธิมนุษยชนสากล สิ่งหนึ่งที่ยังคงจดจำได้ดีคือพระองค์ทรงมีความถ่อมตน มีเมตตาและร่าเริงแจ่มใสต่อทุกคน

ความที่ทรงเป็นนักกฎหมาย เป็นอัยการ และให้ความสนพระทัยเรื่องความยุติธรรมในหลากหลายมิติ ทำให้ทรงเล็งเห็นปัญหาของผู้ต้องขังหญิง โดยเฉพาะผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์ และมีลูกเล็กๆ ที่ต้องเลี้ยงดู จึงนำมาสู่การริเริ่มโครงการกำลังใจ ที่โดดเด่นและแตกต่างจากวิธีแก้ปัญหาของราชทัณฑ์ที่เคยมีมา โดยพระองค์ทรงคำนึงถึงความเปราะบางของผู้หญิงตามความละเอียดอ่อนด้านเพศสภาพ (gender sensitivity) ของผู้หญิงในเรือนจำ และเด็กที่ติดแม่ระหว่างการคุมขัง ซึ่งครอบคลุมถึงการเข้าถึงการรักษาพยาบาล สิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ อนามัยแม่และเด็ก รวมถึงสิทธิเด็ก

พระองค์ทรงส่งเสริมและริเริ่มการใช้มาตรการที่มิใช่การคุมขัง เพื่อการฟื้นฟูศักยภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ต้องขังหญิง ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2553 ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 65 ได้ให้ความเห็นชอบข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ และมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง (United Nations Rules for the Treatment of Women Prisoners and Non-custodial Measures on Women Offenders) และได้เรียกชื่อย่อว่า “ข้อกำหนดกรุงเทพ” (The Bangkok Rules) เพื่อเป็นเกียรติแก่พระองค์ท่านและประเทศไทยในฐานะผู้ผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง

Advertisement

สำหรับประเทศไทยต้องยอมรับว่าการสร้างความเปลี่ยนแปลงในราชทัณฑ์ ในการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องขัง โดยเฉพาะผู้ต้องขังหญิงถือเป็นความท้าทายอย่างมากในสถานการณ์ที่เรือนจำในประเทศไทยอยู่ในสภาพผู้ต้องขังล้นคุก อีกทั้งยังต้องเผชิญกับแนวคิดของสังคมที่ว่าผู้ต้องขังหรือนักโทษคือผู้กระทำผิดที่ต้องลงโทษเพื่อการแก้แค้น และเพื่อให้สาสมกับความผิดโดยขาดความคำนึงถึงหลักการสิทธิมนุษยชน

โครงการกำลังใจ ซึ่งเป็นความริเริ่มของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จึงเกิดขึ้น และพัฒนามาจนประเทศไทยได้รับรองข้อกำหนดกรุงเทพ ของสหประชาชาชาติ ซึ่งเป็นการสร้างบรรทัดฐานในการคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้ต้องขังหญิงที่มีความเปราะบางอย่างมากในท่ามกลางความท้าทายต่างๆ

นอกจากนั้น ด้วยความที่ทรงสนพระทัยเรื่องความยุติธรรมทางสังคม หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงศาลยุติธรรม กรุงเทพมหานคร และโครงการกำลังใจ ได้สืบสานเจตนารมณ์ของพระองค์โดยได้จัดการสัมมนา “มองการฟ้องร้องปิดปากผ่านม่านตาตุลาการ” พร้อมทั้งแปลและจัดพิมพ์สื่อประกอบการสัมมนา “กฎหมายต่อต้านการฟ้องร้องปิดปากที่ปรับปรุงให้ทันสมัย : กฎหมายเอกรูปปกป้องการแสดงออกสาธารณะ” (Anti-Slapp Law Modernized: The Uniform Public Expression Protection Act) ซึ่งถือเป็นการจุดประกายให้ศาลยุติธรรมก้าวทันการใช้กฎหมายเพื่อกลั่นแกล้งประชาชน เพื่อคุ้มครองประชาชนมิให้ตกเป็นเหยื่อของการฟ้องร้องที่ไม่สุจริต และเพื่อธำรงไว้ซึ่งเจตนารมณ์ในการรักษาความยุติธรรมในสังคม

ขอแสดงความสียใจและอาลัยอย่างสุดซึ้ง และขอน้อมส่งพระองค์สู่สวรรคาลัย