กองปราบ-ปคม.ทลายเครือข่ายรักลวงโลก รวบ 2 หนุ่มไนจีเรีย พร้อมสาวไทย ใช้แอปหาคู่ลวงหญิงไทยขนยา ยึดเฮโรอีน-โคเคนล็อตใหญ่ มูลค่า 25 ล้านเตรียมขายต่างชาติในกรุงเทพฯ
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม.พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.สั่งการให้พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป.พ.ต.ท.ฉัตรชัย เหมวิลัย สว.กก.1 บก.ป.พ.ต.ท.สรัล ยศพลพิเนต ช่วยราชการ กก.3 บก.ปคม.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตม.จ.หนองคาย
ร่วมกันจับกุม MR. EMEKA อายุ 39 ปี MR. ANAYO อายุ 45 ปี ทั้งสองสัญชาติไนจีเรีย และน.ส.ลลิตา อายุ 23 ปี
โดยจับกุม MR. EMEKA ได้บริเวณด่านเก็บเงิน มอเตอร์เวย์สาย 9 ถ.กาญจนาภิเษก ต.เทพารักษ์
อ.เมืองจ.สมุทรปราการ
MR. ANAYO จับกุมได้บริเวณริมถนน ซ.รามคำแหง 24 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
และน.ส.ลลิตาฯ จับกุมได้บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง


จากการจับกุมทราบว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง จนพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาใช้วิธีสร้างโปรไฟล์ปลอมบนแอปพลิเคชันหาคู่ และสื่อออนไลน์ยอดนิยม อาทิ Facebook และอื่นๆ โดยใช้ภาพชายชาวต่างชาติ มีฐานะน่าเชื่อถือ อ้างตัวเป็นนักธุรกิจ วิศวกร หรือทหาร สร้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับหญิงไทย เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ เกิดความไว้วางใจก็จะย้ายช่องทางการสื่อสารไปยัง WhatsApp เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และติดตามของเจ้าหน้าที่
จากการสืบสวนพบว่า น.ส.ลลิตา หนึ่งในผู้ต้องหาคดีมีความสัมพันธ์กับชายชาวไนจีเรียที่ใช้ชื่อว่า “Mc General” ซึ่งรู้จักกันทาง Facebook ตั้งแต่กลางปี 2568 โดยฝ่ายชายได้ชักชวนให้เดินทางไปรับสิ่งของจากประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนนำเข้ามาในประเทศไทย ค่าตอบแทนครั้งละ 40,000 – 50,000 บาท โดยน.ส.ลลิตาฯ ยอมรับว่าตนลักลอบนำยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้านแล้วรวม 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดที่ไปขนยาเสพติดก็ถูกจับกุมได้ ส่วนวิธีลำเลียงยาเสพติดจะลักลอบข้ามพรมแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณจังหวัดหนองคาย โดยใช้เรือหางยาวข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านก่อนมีคนในเครือข่ายมาคอยรับพาไปส่งยังโรงแรมที่พัก จากนั้นผู้ร่วมขบวนการจะนำกระเป๋าเดินทาง ภายในบรรจุยาเสพติดที่อำพรางมาในรูปแบบต่างๆ เช่น กล่องพัสดุ, ถุงกาแฟ หรือถุงขนม
เมื่อถึงกำหนดเดินทางกลับประเทศไทย ก็จะมีการเปลี่ยนยานพาหนะหลายทอด ทั้งรถยนต์, รถตู้ และเรือเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ก่อนนำของกลางเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่สืบสวนจนทราบว่า น.ส.ลลิตาเพิ่งเดินทางกลับเข้ามาพร้อมกระเป๋าที่บรรจุยาเสพติด และเข้าพักภายในโรงแรมแหงหนึ่งย่านรามคำแหง จากนั้นรับคำสั่งจากชายชาวไนจีเรียให้ทยอยนำสิ่งของภายในกระเป๋าไปส่งมอบให้ผู้ร่วมขบวนการชาวต่างชาติตามจุดต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามการส่งมอบยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง ภายหลังการส่งมอบยาเสพติดให้กับชายชาวไนจีเรียรายแรก ก็พบว่ามีการนัดหมายส่งมอบยาเสพติดส่วนที่เหลือให้กับชายชาวไนจีเรียอีกรายบริเวณหน้าโรงแรมที่พัก หลังจากผู้ต้องหามารับสิ่งของ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมกันทั้ง 3 ราย ก่อนขยายผลตรวจค้นพบของกลางเป็นเฮโรอีน และโคคาอีนจำนวนมาก มูลค่ากว่า 25 ล้านบาท
สอบสวน น.ส.ลลิตา ให้การรับสารภาพว่าตนนำยาทั้งโคเคน และเฮโรอีนจากประเทศเพื่อนบ้าน มาส่งให้ชาวไนจีเรียจริง ซึ่งทำมาแล้วรวม 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดที่ไปขนยาเสพติดก็ถูกจับกุมได้ในที่สุด ส่วน MR. ANAYO รับสารภาพว่าโคเคนของกลางนั้นตนเตรียมนำไปส่งตามแหล่งชุมชนชาวต่างชาติ แต่ MR. EMEKA ยังให้การปฎิเสธ จึงนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ดำเนินคดีต่อไป




