เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่สังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่ามีท่าทีและคำให้สัมภาษณ์ ที่ดูคล้ายปกป้องนางสาวปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว และพวก ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นว่า ยืนยันว่า ผบ.ตร.ไม่ได้ปกป้องผู้ต้องหา ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีประสบการณ์ในการทำงานด้านการสืบสวนมาเป็นระยะเวลานาน ไม่มีความจำเป็นต้องนำเกียรติของตัวเองไปแลกกับการปกป้องผู้ต้องหาอย่างแน่นอน
ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ไม่ใส่กุญแจมือผู้ต้องหากลุ่มนี้ตลอดเวลาการควบคุมตัวในการสอบสวนนั้น รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เป็นไปตามดุลพินิจของพนักงานสอบสวน เพราะการพันธนาการผู้ต้องหาก็เพื่อป้องกันผู้ต้องหาหลบหนีเท่านั้น แต่หากพิจารณาแล้วว่าผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ก็ไม่จำเป็นต้องมีการพันธนาการ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็เคยมีกรณีที่คล้ายกับเหตุการณ์นี้หลายครั้ง วอนขอประชาชนให้ใช้วิจารณญาณและชั่งน้ำหนักในการรับข่าวสารด้วย
เมื่อถามว่า ป.ป.ส.ยืนยันข้อมูลว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า จะเป็นประเด็นใดนั้นขึ้นอยู่กับการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งประเด็นยาเสพติด ทราบว่าพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนอยู่ในสำนวนอยู่แล้ว ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงินก็ได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเช่นกัน
สำหรับกรณีที่มีการปรากฏภาพตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ขณะควบคุมตัว น.ส.ปรียานุช และพวกนั้น พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) กล่าวว่า ได้มีการออกคำสั่งย้าย พ.ต.ท.ฤทธิไกร กะระกล รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย และร้อยตำรวจเอก ธวัชศิลป์ บุญตันหล้า รองสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบถามข้อเท็จจริงถึงเหตุผลของการถ่ายภาพ รวมทั้งสืบสวนหาผู้เผยแพร่ภาพสู่สังคมออนไลน์ โดยยืนยันเจ้าหน้าที่ทุกคนมีเจตนาดี ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดตลอดระยะเวลา 7 วันหลังศาลอนุมัติหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ต้องหากับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ส่วนภาพผู้ต้องหาสูบบุหรี่นั้น ก็เป็นภาพที่เกิดขึ้นขณะผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวโดยทางการพม่า

