ศาลนัดฟังคำสั่งพรุ่งนี้ รัชนี พลซื่อ ฟ้องนิสิต ม.ดัง เอาผิดหมิ่น-เรียก 3 แสน แชร์โพสต์วิจารณ์คุณสมบัติ

15.06.26 | 16:44 น.
ภาพจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด

ลุ้นพรุ่งนี้ ศาลร้อยเอ็ดนัดฟังคำสั่ง คดีรัชนี พลซื่อ ฟ้องนิสิต ม.บูรพา หมิ่นประมา-เรียก 3 แสนบาท ปมแชร์โพสต์วิจารณ์คุณสมบัติก่อนเลือกตั้ง ส.ส.

จากกรณีนางรัชนี พลซื่อ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคกล้าธรรม มอบอำนาจให้นายเอกประดิษฐ์ ประกอบสาย ทนายความผู้รับมอบอำนาจ ยื่นฟ้องเมยวดี (นามสมมุติ) นิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา ต่อศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และความผิดฐานละเมิด รวมถึงเรียกร้องให้ชดเชยค่าเสียหาย 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี เนื่องจากแชร์โพสต์วิจารณ์คุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ส.ส.จากเพจ CSI LA

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานความคืบหน้าว่า คดีดังกล่าวเสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวนแล้ว ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดนัดฟังคำสั่งว่าคดีมีมูลเพียงพอที่ศาลจะรับฟ้องไว้พิจารณาหรือไม่ในวันที่ 16 มิถุนายน เวลา 10.00 น.

มูลเหตุของคดีนี้ ศูนย์ทนายความฯเผยว่า เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ปรากฏเพจเฟซบุ๊ก “คันฉ่องส่องราชการไทย in ร้อยเอ็ด” โพสต์ข้อมูลสรุปคดีของครอบครัวพลซื่อ ระบุว่า ‘เอกภาพ พลซื่อ’ สามีของรัชนี พลซื่อ ถูกศาลตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี พร้อมชดใช้ค่าเสียหาย 34 ล้านบาท ขณะที่รัชนี ผู้เป็นภรรยา ถูกศาลพิพากษาจำคุก 6 ปี ไม่รอลงอาญา

จากนั้นเฟซบุ๊กเพจ CSI LA แคปภาพหน้าจอโพสต์ดังกล่าวมาโพสต์ใหม่ พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “ฝากพรรคกล้าธรรมช่วยตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครด้วยครับ…” ซึ่งเมยวดีได้กดแชร์โพสต์ของเพจ CSI LA เข้าสู่บัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งตั้งค่าเป็นสาธารณะ โดยไม่ได้เขียนข้อความแสดงความเห็นอื่นใดเพิ่มเติม

ในวันที่ 9 มกราคม 2569 รัชนีมอบอำนาจให้ทนายความเข้ายื่นฟ้องเมยวดีต่อศาลจังหวัดร้อยเอ็ด โดยโจทก์ระบุในคำฟ้องว่าข้อความที่จำเลยแชร์นั้นบิดเบือนและทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะขณะที่เมยวดีแชร์โพสต์ดังกล่าว คดีทุจริตของรัชนียังอยู่ระหว่างการพิจารณาชั้นอุทธรณ์ ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด เพราะการตัดสิทธิดังกล่าวเป็นกรณีของสามี ไม่ใช่ตัวรัชนีเอง รัชนีจึงยังมีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

Advertisement

โจทก์ยังอ้างด้วยว่า จำเลยแชร์โพสต์ดังกล่าวไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพราะมีเจตนาพิเศษมุ่งหวังให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื่อว่าโจทก์เป็นคนทุจริตหรือคนโกง เพื่อให้คะแนนเสียงของโจทก์ลดลงในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

หรือ คลิก เพื่ออ่านรายละเอียดคดี รวบรวมโดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน