รู้ตัวแล้ว! 3 มือสังหาร พ่อค้ากัญชายัดกล่อง ตร.เผยสาเหตุ – ชี้พิรุธ เชื่อว่าช่วยกันอำพรางศพ
พ่อค้ากัญชา – เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ สน.ดอนเมือง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยความคืบหน้า คดีฆาตกรรมพ่อค้ากัญชาถูกซ่อนศพในถังพลาสติก ภายในบ้านพักย่านดอนเมือง ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายแล้ว ได้แก่ นายกฤตธนัท, นายศุภกร และนายชยพล และได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามตัว พร้อมให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องขอศาลออกหมายจับ
เบื้องต้นมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อได้ว่าผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คนร่วมกันก่อเหตุฆ่าผู้ตายเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา โดยเตรียมแจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่น และร่วมกันปิดบัง ซ่อนเร้น อำพรางศพ
จากการสอบปากคำพยาน รวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า ชนวนเหตุเบื้องต้นมาจากความขัดแย้งเรื่องนาฬิกา โดยผู้ตายกล่าวหาว่า นายกฤตธนัท ขโมยนาฬิกาไป ทำให้นายกฤตธนัทไปตาม นายศุภกร มาช่วยไกล่เกลี่ย ก่อนมีการนัดเคลียร์ปัญหากันที่บ้านพักของผู้ตาย และเกิดการทะเลาะวิวาทจนบานปลายไปสู่การใช้อาวุธมีดแทง รวมถึงมีการชกต่อยทำร้ายร่างกาย
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดบาดแผลทั้งหมดต้องรอผลชันสูตรจากแพทย์นิติเวช เพื่อยืนยันว่าบาดแผลใดเป็นสาเหตุการเสียชีวิต และมีการทำร้ายร่างกายด้วยวิธีใดเพิ่มเติมหรือไม่
ส่วนประเด็นการอำพรางศพนั้น พล.ต.ท.สยาม ระบุว่า จากพยานหลักฐานในเบื้องต้น ผู้เสียชีวิตเป็นคนรูปร่างใหญ่ และเสียชีวิตบริเวณชั้นล่างของบ้าน แต่ศพกลับถูกนำไปซุกซ่อนไว้ในห้องชั้น 2 ภายในกล่องพลาสติกขนาดใหญ่ จึงเชื่อว่าคนเพียงคนเดียวไม่น่าจะสามารถเคลื่อนย้ายศพได้ จึงเป็นเหตุให้ตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันต่อผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 ราย นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยเลือดตั้งแต่บริเวณชั้น 1 ต่อเนื่องไปตามทางขึ้นบันไดสู่ชั้น 2


สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างผู้เกี่ยวข้องในคดี เบื้องต้นพบว่า นายกฤตธนัท ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยที่ถูกระบุว่าเป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง รู้จักกับผู้เสียชีวิตมาก่อน ส่วน นายศุภกร ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียชีวิตนั้น จากข้อมูลเบื้องต้น นายกฤตธนัทอ้างว่านายศุภกรเป็น “ลูกพี่” ของตน ขณะที่ นายชยพล เป็นผู้ต้องสงสัยอีกรายที่ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันก่อเหตุในคดีนี้
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความสัมพันธ์ระหว่างนายศุภกร นายชยพล และผู้เสียชีวิต รวมถึงรายละเอียดข้อเท็จจริงอื่น ๆ ยังต้องรอการตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวน
พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างเฝ้าติดตามตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คน ระหว่างที่ไปขอศาลอนุมัติออกหมายจับ ซึ่งเชื่อว่ายังคงเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและรังสิต จังหวัดปทุมธานี หากศาลอนุมัติหมายจับ คาดว่าจะสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในเร็ว ๆ นี้

คนในวงกลม 1 ใน ผู้ก่อเหตุ
ส่วนประเด็นที่มีการแจ้งเหตุล่าช้า ทั้งที่เหตุเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. แต่เพิ่งมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงเช้านั้น พล.ต.ท.สยาม ระบุว่า เป็นประเด็นที่ตำรวจต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งแล้ว แต่ยังมีช่องว่างบางประการที่ต้องสอบสวนให้ชัดเจน โดยหากสามารถติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องได้ครบทั้งหมด จะต้องเรียกมาสอบถามรายละเอียดอีกครั้งว่าเหตุใดจึงไม่รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ทั้งที่เหตุเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วง 4-5 ทุ่มของคืนที่ผ่านมา
เบื้องต้นได้สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ผู้บังคับการกองสืบสวน และฝ่ายสืบสวนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในหมู่บ้านและบริเวณโดยรอบอย่างละเอียด เพื่อนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบกับคำให้การของผู้ต้องหา หลังจากสามารถติดตามจับกุมตัวได้
ขณะเดียวกัน ยังได้มอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนและชุดสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมตรวจสอบพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ยืนยันข้อเท็จจริงและเปรียบเทียบกับคำให้การของผู้ต้องหาว่ามีความสอดคล้องกับพยานหลักฐานที่ปรากฏหรือไม่
ขณะเดียวกัน ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ตายที่สูญหายไป เบื้องต้นได้รับแจ้งว่ามีโทรทัศน์ภายในบ้านหายไป 2 เครื่อง รวมถึงพระเครื่องบนหิ้งพระบางส่วน ซึ่งพี่ชายของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ให้ข้อมูล โดยหลังจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ จะมีการนำตัวไปตรวจค้นที่พักอาศัยเพื่อหาทรัพย์สินที่อาจเป็นของผู้ตายเพิ่มเติม
ส่วนกรณีสร้อยคอที่พบวางอยู่บริเวณกองดินใกล้จุดซ่อนศพนั้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด โดยเบื้องต้นญาติยืนยันว่าไม่ใช่สร้อยของผู้เสียชีวิต ขณะที่มีข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตมีสร้อยคอทองคำ 1 เส้น แต่ยังไม่ทราบว่าได้สวมใส่อยู่ในวันเกิดเหตุหรือไม่ เนื่องจากไม่พบสร้อยดังกล่าวอยู่กับ
ร่างผู้เสียชีวิต


