บอร์ด สปสช. มีมติจัดซื้อยา-เวชภัณฑ์ปี 60 รวม 8 รายการ ดูแลผู้ป่วยเข้าถึงยา

7.06.17 | 16:31 น.

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) เป็นประธานที่ประชุม ได้มีมติเห็นชอบ “แนวทางการบริหารการจัดหาและจ่ายค่ายา วัคซีน เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ และอวัยวะเทียม ปี 2560-2561” เพื่อดำเนินการให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาและการรักษาอย่างต่อเนื่อง

นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ภายหลังจากเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติรับทราบเรื่อง “การบริหารจัดการยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตามโครงการพิเศษ” ในปีงบประมาณ 2560 นำเสนอโดย สปสช. ที่เป็นไปตามข้อสรุปการหารือร่วมกับผู้แทนสำนักงานกฤษฎีกาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งในการหารือร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และมติ ครม.ที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ฯ ภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในจัดระบบจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ฯ ไม่ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงยาและการรักษาของผู้ป่วย
นพ.ปิยะสกล กล่าวอีกว่า ที่ประชุมจึงเห็นควรให้ดำเนินการต่อเนื่องตามมติบอร์ด สปสช.เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2559 แต่ให้ปรับปรุงมติจาก “เห็นชอบรายการยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) จัดหาปี 2560 ตามที่เสนอและมอบให้ สปสช.ดำเนินการเสนอรัฐมนตรีว่าการสธ. พิจารณาต่อไป” เป็น “เห็นชอบรายการที่จำเป็นตามโครงการพิเศษที่ต้องให้องค์การเภสัชกรรมจัดหาปี 2560 ตามที่เสนอและมอบ สปสช.ดำเนินการเสนอรัฐมนตรีว่าการสธ. พิจารณาต่อไป” เป็นการดำเนินการตามที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นเดิน (สตง.) ได้มีการทักท้วงในเรื่องอำนาจการอนุมัติการจัดหาพัสดุวงเงินที่เกินกว่า 100 ล้านบาทสำหรับยาจำเป็นอื่นที่ไม่ใช่ยาต้านไวรัส เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550

นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า สำหรับการจัดหายา วัคซีน เวชภัณฑ์ อุปกรณ์และอวัยวะเทียม ภายใต้โครงการพิเศษ ปีงบประมาณ 2560 นี้ มีการดำเนินการ 12 รายการ รวมเป็นมูลค่าจัดซื้อกว่า 10,490 ล้านบาท  ประกอบด้วย 1. โครงการยาต้านไวรัส มูลค่า 2,122 ล้านบาท 2. โครงการวัคซีน มูลค่า 1,450 ล้านบาท 3. โครงการยารักษาวัณโรค มูลค่า 201 ล้านบาท
4. โครงการบัญชียา จ.2 มูลค่า 1,731 ล้านบาท 5. โครงการยาบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา (ซีแอล) มูลค่า 75 ล้านบาท 6. โครงการยากำพร้า ยาต้านพิษ มูลค่า 43 ล้านบาท 7. โครงการล้างไตผ่านหน้าท้อง มูลค่า 4,182 ล้านบาท  และ8. โครงการอุปกรณ์อวัยวะเทียม มูลค่า 683 ล้านบาท

“จากข้อมูลการจัดหายา วัคซีน เวชภัณฑ์ อุปกรณ์และอวัยวะเทียม ภายใต้โครงการพิเศษ ในปี 2551-2559 มีมูลค่าประหยัดงบประมาณจากการต่อรองราคาจำนวน 45,642 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังทำให้ผู้ป่วยที่จำเป็นได้รับยาได้รับยาเพิ่มขึ้น โดยมีผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านไวรัสจำนวน 111,100 คน ยาราคาแพงจำนวน 96,882 คน และยาต้านพิษ 19,868 คน รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายด้วยการล้างไตผ่านหน้าท้อง” ประธานบอร์ด สปสช. กล่าว และว่า บอร์ด สปสช.ยังรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินการจัดหายา วัคซีน เวชภัณฑ์ อุปกรณ์และอวัยวะเทียมฯ ในปี 2561 ซึ่งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำข้อเสนอการบริหารเวชภัณฑ์ในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เน้นการดำเนินการที่เพิ่มความโปร่งใสและยอมรับร่วมกัน รวมถึงการเตรียมการเพื่อเสนอแนวทางซื้อยา วัคซีน เวชภัณฑ์ อุปกรณ์และอวัยวะเทียม ปี 2561 ต่อ ครม.ต่อไป