ตร.-มช.-สสส. ลงนาม MOU ยกระดับเครือข่ายครูตำรวจแดร์ (D.A.R.E.) พัฒนา 2 หลักสูตรใหม่ ‘บุหรี่ไฟฟ้า-ภัยออนไลน์’ หวังสร้างภูมิคุ้มกันเด็กและเยาวชน นำร่องพื้นที่ ภ.5 ภาคเหนือตอนบน รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก่อนขยายผลทั่วประเทศ มุ่งเป้าลดปัจจัยเสี่ยงแบบองค์รวม ทั้งบุหรี่ เหล้า ยาเสพติด อุบัติเหตุ และพนัน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน ที่ห้องสารสิน อาคาร 1 ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมาย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาจากปัจจัยเสี่ยงหลักและปัจจัยเสี่ยงทางสังคม (บุหรี่ เหล้า ยาเสพติด อุบัติเหตุ และพนัน) ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วย ผศ.ดร.จุฑาทิพย์ เฉลิมผล ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ รศ.พ.ต.ท.ดร.เกษมศานต์ โชติชาครพันธุ์ กรรมการบริหารแผน คณะที่ 1 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมทางสังคม ในการป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ลดโอกาสการเข้าสู่พฤติกรรมเสี่ยง
พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บุหรี่ไฟฟ้า และปัจจัยเสี่ยงรูปแบบใหม่ เป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และประชาชนในวงกว้าง การแก้ไขจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการนำองค์ความรู้และงานวิจัยมาสนับสนุนการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดให้กับเด็กและเยาวชนผ่านเครือข่ายครูตำรวจ D.A.R.E. และกลไกการทำงานเชิงป้องกันของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ความร่วมมือนี้มีการดำเนินงานโครงการพัฒนาสมรรถนะครูแดร์ (D.A.R.E.) นำร่องในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5 (ภาคเหนือตอนบน) ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน แพร่ พะเยา น่าน และแม่ฮ่องสอน รวมถึงกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล โดยมีครูตำรวจ (ครูแดร์) ในพื้นที่ถ่ายทอดความรู้เรื่องภัยออนไลน์และบุหรี่ไฟฟ้าให้แก่กลุ่มเด็กและเยาวชนระดับประถมศึกษา (อายุ 6-12 ปี) รวมถึงกลุ่มผู้ปกครอง ครู ประชาชนในพื้นที่
“จากสถิติการกระทำความผิดในพื้นที่ภาคเหนือ มีการจับกุมคดียาเสพติดสูงที่สุดในประเทศ และมีแนวโน้มพฤติกรรมการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียนและเยาวชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีพื้นที่พรมแดน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีคนไทยและเยาวชนจำนวนมากถูกล่อลวงผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียและเกมออนไลน์ให้ไปทำงานกับขบวนการเหล่านี้ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน การสร้างภูมิคุ้มกันในพื้นที่นี้จึงมีความจำเป็นเร่งด่วน” พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าว
รศ.พ.ต.ท.ดร.เกษมศานต์กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาด้านสุขภาพเชื่อมโยงกับปัญหาสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลกระทบในลักษณะ “ปัจจัยเสี่ยงองค์รวม” โดยเฉพาะบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นนำไปสู่ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่มุ่งเข้าถึงกลุ่มเยาวชนและวัยทำงานผ่านทางออนไลน์และการตลาดรูปแบบใหม่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาเสพติด ที่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรม สัมพันธภาพในครอบครัว และอุบัติเหตุทางถนนที่มีความรุนแรง รวมถึงการพนันและพนันออนไลน์ ยังเป็นความท้าทายทางเทคโนโลยีที่ทำให้เยาวชนเข้าถึงการพนันได้ง่ายขึ้น นำไปสู่ปัญหาด้านทุนทรัพย์และส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของวัยรุ่นในระยะยาว
“สสส. มุ่งขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยงในมิติองค์รวม เน้นสร้างความตระหนักรู้ การจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ควบคู่กับการสนับสนุนการทำงานบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยสสส. จะสนับสนุนด้านองค์ความรู้ นวัตกรรมสุขภาวะ ประสานความร่วมมือกับภาคประชาสังคม หนุนเสริมให้มาตรการต่างๆ นำไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ ภายใต้กรอบความร่วมมือ 5 ปีต่อจากนี้ เชื่อว่าเจตนารมณ์ร่วมกันทั้ง 3 หน่วยงาน จะสามารถเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการและประสบการณ์ในพื้นที่ ให้กลายเป็นมาตรการที่เป็นรูปธรรม เพื่อปกป้องเด็ก เยาวชน และประชาชนไทยจากปัจจัยเสี่ยงทางสังคม และร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป” รศ.พ.ต.ท.ดร.เกษมศานต์กล่าว
ด้าน ผศ.ดร.จุฑาทิพย์กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ และนำผลการวิจัยไปสู่การกำหนดมาตรการและนโยบายสาธารณะที่มีประสิทธิภาพบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัย มีสุขภาวะที่ดี และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตอย่างยั่งยืน สำหรับโครงการพัฒนาสมรรถนะครูแดร์ มีการพัฒนาชุดความรู้เสร็จแล้ว 2 หลักสูตร หลักสูตรละ 5 เรื่อง 1.หลักสูตรบุหรี่ไฟฟ้า ได้แก่ สถานการณ์วิกฤตสุขภาพ, ส่วนประกอบและกลไก, ผลกระทบ (กาย จิต สังคม กฎหมาย), การสร้างพื้นที่ปลอดบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน และการใช้ทักษะตัดสินใจแบบ D.A.R.E. เพื่อปฏิเสธ 2.หลักสูตรอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้แก่ วิกฤตและลักษณะภัยออนไลน์, ประเภทอาชญากรรมไซเบอร์/กรณีศึกษา, พฤติกรรมอาชญากร, กฎหมายที่เกี่ยวข้อง (พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์) และการใช้ทักษะ D.A.R.E. รับมือสถานการณ์ฉุกเฉินไซเบอร์
“ความร่วมมือครั้งนี้ มช. จะเดินหน้าพัฒนาสมรรถนะและการเรียนรู้เชิงรุกให้แก่ตำรวจครูแดร์ 108 คน ให้มีความรู้ความเข้าใจเนื้อหาหลักสูตรใหม่ และสามารถนำไปออกแบบกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ให้เหมาะสมกับเด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ 5,460 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมข้อมูลและประมวลผลการเรียนรู้ โดยตั้งเป้าหมายมีเยาวชนในพื้นที่ผ่านเกณฑ์การประเมินทักษะและความรอบรู้ทางสุขภาพในระดับสูงมากกว่า 80% พร้อมการถอดบทเรียนการทำงานจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อยกระดับและขับเคลื่อนหลักสูตรครูแดร์ครอบคลุมทั่วประเทศต่อไป” ผศ.ดร.จุฑาทิพย์ระบุ


