สถานีคิดเลขที่ 12 | มิติใหม่มหา’ลัย โดย สุพัด ทีปะลา

19.06.26 | 09:40 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : มิติใหม่มหา’ลัย

นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการศึกษาไทยในระดับอุดมศึกษา เพราะเป็นครั้งแรกที่นิสิต-นักศึกษา ระดับปริญญาตรีต่างมหาวิทยาลัย สามารถลงทะเบียนเรียน “รายวิชาศึกษาทั่วไป” ข้ามสถาบัน พร้อมสะสมผลการเรียนรู้และเทียบโอนหน่วยกิตได้

ภายใต้โครงการ “MC2 GenEd (Mahidol-Chula-Chiang Mai General Education)” เป็นความร่วมมือของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเข้าถึงองค์ความรู้ที่หลากหลายจากอาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้ง 3 แห่งของประเทศ

โครงการดังนี้เป็นต้นแบบการจัดการศึกษาในรูปแบบ Flexible Education และ Credit Mobility ของไทย ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ได้ตามความสนใจ เรียนรู้ข้ามศาสตร์และข้ามสถาบัน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกแห่งอนาคต

กระแสตอบรับถือว่าค่อนข้างดี มีนิสิตและนักศึกษาของ 3 สถาบันลงทะเบียนเรียนแล้ว 400 กว่าคน ประเมินแนวโน้มผู้เรียนจะเพิ่มขึ้นอีกในแต่ละภาคเรียน

ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่น เรียนได้ทั้งแบบ “ออนไลน์และออนไซต์” แถมไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมการศึกษาตามปกติ

Advertisement

ส่วน “รายวิชาศึกษาทั่วไป” ที่เปิดนำร่อง 24 รายวิชา ครอบคลุมด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ความยั่งยืน และทักษะแห่งอนาคต ถือว่าตอบโจทย์และมีความทันสมัยสอดรับกับยุคสมัย

ตัวอย่างรายวิชาที่เปิดสอน เช่น การสร้างอนาคตที่มั่นคงทางการเงิน ผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์ x Shopee กายและจิตเพื่อสุขภาพ การประกอบธุรกิจเมลอน การรู้เท่าทันดิจิทัล ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ พื้นฐานการพัฒนาเว็บ การสร้างต้นแบบแอพพลิเคชั่นอินเตอร์เน็ตของทุกสรรพสิ่ง การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยภาษาไพทอน

การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง วิสัยทัศน์คอมพิวเตอร์และการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้ให้บริการเทคโนโลยี ชีวิตสมัยใหม่กับแอนิเมชั่น ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้างสำหรับงานศิลปะและการออกแบบ การเป็นพลเมือง กระบวนการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และดอยสุเทพศึกษา เป็นต้น

ได้ฟังมุมมองของ วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงความร่วมมือของ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ถือเป็นการทลายกรอบแนวคิดเดิมๆ ของมหาวิทยาลัย

โดยอธิการบดีจุฬาฯชี้ว่า ความร่วมมือนี้จะส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาทั้งประเทศ เพราะจะเป็นต้นแบบที่ชี้ให้เห็นว่าการแข่งขันชิงดีชิงเด่นกันโดยเฉพาะในด้านการศึกษาไม่ควรจะเกิดขึ้น เปลี่ยนจากการแข่งขันมาเป็นความร่วมมือ

ในวิชาขั้นต้นที่เปิดนำร่องแม้จะเป็นการศึกษาทั่วไป ไม่ได้แปลว่าเป็นการศึกษาทั่วไปที่เป็นความรู้ง่ายๆ แต่จะเป็นความรู้ที่สร้างพื้นฐานหลายด้านที่ทำให้นิสิต นักศึกษา ได้ประสบการณ์ร่วมกัน โดยมีความเชื่อว่าการสร้างประสบการณ์ระหว่างการเรียนสำคัญกว่าเนื้อหาการเรียนด้วยซ้ำไป

ความร่วมมือของทั้ง 3 มหาวิทยาลัยนี้ ไม่เพียงเป็นการเปิดประตูให้ผู้เรียนเข้าถึงองค์ความรู้ที่หลากหลายมากขึ้น แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนผ่านระบบอุดมศึกษาไทย

หากสามารถขยายผลสู่มหาวิทยาลัยอื่นๆ ทั่วประเทศได้ อาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับการศึกษาไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง