อุทยานฯ ขยายรั้วไฟฟ้า-ติด CCTV ดูแล พลายลุงตู่ ช้างป่าดงใหญ่ ป้องกันบุกสวนชาวบ้านช่วงเก็บเกี่ยว พร้อมปรับแผนเพิ่มพื้นที่ร่มเงา แหล่งน้ำ และยารักษาอาการบาดเจ็บ
.
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จังหวัดบุรีรัมย์ ในสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการบริหารจัดการพื้นที่รองรับช้างป่าบาดเจ็บ “พลายลุงตู่” ตลอดจนการบูรณาการมาตรการเฝ้าระวังช้างป่าร่วมกับฝ่ายปกครองและเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อป้องกันช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์เข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมของราษฎรในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิต

นายสุขี กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ นายเฉลิมพงศ์ ฝอยทอง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 นายสมส่วน รักสัตว์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ และนายเทพพนม สมเสมอ นายอำเภอละหานทราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกันตรวจสอบบริเวณรั้วไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งปัจจุบันใช้กักบริเวณ พลายลุงตู่ เพื่อป้องกันอันตรายจากการเผชิญหน้ากับชุมชน บนเนื้อที่ 6 ไร่
นายสุขี กล่าวว่า จากการประเมินสภาพแวดล้อมร่วมกับทีมสัตวแพทย์และหน่วยงานในท้องถิ่น ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันในการปรับปรุงและขยายแนวรั้วไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นอีก 8 ไร่ เพื่อเพิ่มพื้นที่ร่มเงาและแหล่งอาหารธรรมชาติให้พลายลุงตู่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ จะดำเนินการขุดลอกวัชพืชออกจากบ่อน้ำในพื้นที่ เพื่อให้มีแหล่งน้ำสะอาดที่เพียงพอ ควบคู่ไปกับการที่ทีมสัตวแพทย์ได้เข้าประเมินอาการและปรับแผนการจ่ายยารักษาตามอาการรวมถึงวิตามินบำรุงอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ คณะเจ้าหน้าที่ยังได้รับมอบกล้องวงจรปิด (CCTV) จำนวน 2 เครื่อง จากเครือข่ายภาคประชาชน กลุ่มแบ่งปัน โดยแม่กิ่งดาว เพื่อนำไปติดตั้งในพื้นที่กักบริเวณ สำหรับใช้ในการติดตามพฤติกรรมและเฝ้าระวังความปลอดภัยให้กับพลายลุงตู่ตลอด 24 ชั่วโมง
จากนั้นคณะได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าการสร้างแนวรั้วไผ่หนามธรรมชาติ การจัดการทุ่งหญ้าและพืชอาหารสัตว์ รวมถึงตรวจเยี่ยมจุดเฝ้าระวังช้างป่าในจุดป่าชุมชนบ้านโคกเพชร (กม. 43) และอ่างเก็บน้ำสะพานหิน ซึ่งสร้างโดยสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 5 มีความจุ 300,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักที่หล่อเลี้ยงทั้งผืนป่าดงใหญ่และชุมชนโดยรอบ

การดำเนินการในครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยลดความเครียดของช้างป่า เพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาของทีมสัตวแพทย์ และสร้างความปลอดภัยให้กับพืชผลทางการเกษตรของราษฎรได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยกระบวนการปรับปรุงรั้วไฟฟ้าและบ่อน้ำทั้งหมดจะเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายนนี้



