‘รักษ์เชียงของ’ฟ้องอธิบดีกรมน้ำ-พวก ให้ถอนกระบวนการรับฟังความเห็นเขื่อนปากแบง ไม่ชอบตามรธน.

8.06.17 | 11:56 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่สำนักงานศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ ชาวบ้าน จ.เชียงราย ในนามกลุ่มรักษ์เชียงของ นำโดยนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว นายจีรศักดิ์ อินทะยศ และนายพิศณุกรณ์ ดีแก้ว พร้อมด้วย นางสาว ส.รัตนมณี พลกล้า และ นางสาวเฉลิมศรี ประเสริฐศรี ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน เดินทางมายื่นฟ้องอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ และคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย ต่อศาลปกครองกลาง ว่า อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ และคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทยรับฟังความคิดเห็นตามการกระบวนการแจ้งล่วงหน้าและปรึกษาหารือตามข้อตกลงแม่น้ำโขง พ.ศ.2538 (พีเอ็นพีซีเอ) และกระบวนการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำปากแบง ในแม่น้ำโขงของ สปป.ลาว ในประเทศไทยเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมาย ที่จะเป็นการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ชุมชน ประชาชนไทย ในผลกระทบข้ามพรมแดนจากโครงการบนแม่น้ำโขง จึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่า เพิกถอนการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นตามกระบวนการพีเอ็นพีซีเอ และกระบวนการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเขื่อนปากแบงในประเทศไทย ที่ได้ดำเนินการส่งไปยังคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงทั้งสิ้น ,ขอให้มีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมาย ที่จะเป็นการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ชุมชน ประชาชน ในผลกระทบข้ามพรมแดนจากโครงการบนแม่น้ำโขง ก่อนที่จะรัฐบาล สปป.ลาวจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างเขื่อนปากแบง และหรือก่อนที่จะมีการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากโครงการเขื่อนปากแบงใน สปป.ลาว และขอให้มีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง ดำเนินการทักท้วงและคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนในลำน้ำโขง โดยเฉพาะเขื่อนปากแบง ต่อคณะกรรมการแม่น้ำโขง และต่อ สปป.ลาว

สำหรับโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำปากแบง เป็นโครงการเขื่อนพลังน้ำไหลผ่าน ซึ่งจะก่อสร้างอยู่บนแม่น้ำโขงสายประธาน เมืองปากแบง แขวงอุดมไชย ทางภาคเหนือของ สปป.ลาว ห่างไปทางตอนบนของเมืองปากแบง ประมาณ 14 กิโลเมตร ในแม่น้ำโขง ลักษณะของเขื่อนปากแบง ประกอบด้วย เขื่อนคอนกรีต โรงไฟฟ้า ประตู ระบายน้ำ ประตูเรือสัญจร และทางปลา วัตถุประสงค์ คือ ใช้เพื่อผลิตไฟฟ้า และปรับปรุงการเดือนเรือบริเวณทางตอนบนของเขื่อน และสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่เขื่อน โดยระดับน้ำบริเวณเขื่อนจะมีความหลากหลายตั้งแต่ 16-27 เมตร ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงการไหลของน้ำในช่วงแต่ฤดู ซึ่งโรงไฟฟ้าจะมีกำลังผลิต 912 เมกะวัตต์ การส่งออกไฟฟ้าขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงในแต่ฤดูกาล โดยโครงการเป็นของกลุ่มบริษัท ต้าถังโอเวอร์ซีส์ อินเวสต์เมนต์ ซึ่งจะดำเนินการก่อสร้าง ในปี 2560 การก่อสร้างจะแล้วเสร็จและจ่ายกระแสไฟฟ้าในปี 2566


นางสาว ส.รัตนมณีกล่าวว่า ที่ต้องมาฟ้องคดีก่อน เนื่องจากกระบวนการแจ้งการปรึกษาล่วงหน้าและข้อตกลงสูงสุด (พีเอ็นพีซีเอ) จะเสร็จสิ้นในมิถุนายนนี้ ทั้งที่ความจริงแล้ว ทั้ง 3 หน่วยงานดังกล่าวไม่ได้มีหน้าที่จัดการให้เป็นไปตามกระบวนการ แต่ควรต้องจัดรับฟังความคิดเห็นที่เป็นการปกป้องทรัพยากร และวิถีชีวิตชุมชนไทยริมฝั่งโขง ซึ่งกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมา 3 ครั้งใน 3 พื้นที่ ไม่มีการทำในลักษณะดังกล่าวในถูกต้องครบถ้วน ว่า โครงการนี้ไม่เหมาะสมอย่างไร และจะมีผลกระทบต่อวิถีชุมชนชาวไทยอย่างไร ขณะเดียวกันทั้ง 3 หน่วยงานนี้ ก็ไม่เคยดำเนินการใดๆ ที่เป็นการคุ้มครองสิทธิด้านทรัพยากรสำหรับคนไทยริมฝั่งโขงอย่างแท้จริง

ด้าน นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว แกนนำกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า เขื่อนปากแบงอยู่ทางตอนล่างของ จ.เชียงราย ซึ่งที่ผ่านพวกเราก็ได้รับผลกระทบด้านทรัพยากรการการสร้างเขื่อนปิดกั้นแม่น้ำโขงในประเทศจีน มากอยู่แล้ว เพราะการจัดการของเขื่อนต่างๆ ไม่สอดรับกัน แล้วนี่จะมีการสร้างเขื่อนปากแบง ในแม่น้ำโขงของ สปป.ลาว อีก เราเคยตัวอย่างผลกระทบจากการสร้างเขื่อนไซยะบุรี และเขื่อนดอนสะโฮง ใน สปป.ลาว ที่การดำเนินการตามขั้นตอนพีเอ็นพีซีเอไม่ละเอียดรอบคอบมาแล้ว กลไกบางอย่างไม่สามารถขับเคลื่อนได้จริง ทำให้พวกเราไม่เชื่อกระบวนการพีเอ็นพีซีเอครั้งนี้ เพราะรู้สึกว่ากระบวนการดังกล่าวเป็นเหมือนตรายางที่อนุมัติให้เขื่อนในแม่น้ำโขงได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การฟ้องครั้งนี้จึงหวังให้หน่อยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งให้ กฟผ.ชะลอการซื้อขายไฟฟ้ากัลป์ สปป.ลาวไปก่อนจนกว่าจะมีการศึกษา หรือมีมาตรการที่เชื่อได้ว่า จะไม่มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือมีการแก้ไขปัญหาให้ชัดเจนเสียก่อน รวมทั้งอยากให้หน่วยงานของรัฐตระหนักว่าการพัฒนาลุ่มน้ำโขงมีปัญหา เพราะทุนข้ามพรมแดน แต่กฎระเบียบที่จะเข้าควบคุมดูแลให้เกิดความสมดุลในเรื่องสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร และวิถีชีวิต ยังไปไม่ถึง จึงจำเป็นที่ต้องมีการพัฒนาปรับปรุงให้สอดคล้องไปด้วย