หน้าแรก ในประเทศ กรมอุทยานฯ ขั...

กรมอุทยานฯ ขับเคลื่อน ภูเก็ตโมเดล เช็กบิลบุกรุก อช.สิรินาถ ย้ำทวงคืนผืนป่า-ชายหาด รักษาสมบัติชาติ

20.06.26 | 14:35 น.

กรมอุทยานฯ ขับเคลื่อน ภูเก็ตโมเดล เช็กบิล อช.สิรินาถ ตรวจสอบเอกสารสิทธิ มิชอบแปลงใหญ่ ย้ำทวงคืนผืนป่า-ชายหาด รักษาสมบัติชาติ

วันที่ 20 มิถุนายน นายอรรถพล เจริญันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ด้วยมูลค่ามหาศาลทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ตซึ่งเปรียบเสมือน พื้นที่ไข่แดง จึงตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลในการครอบครองโดยมิชอบ นำมาสู่ข้อพิพาทและการรุกล้ำผืนป่า ป่าชายเลน รวมถึงชายหาดสาธารณะที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนานเพื่อยุติวงจรดังกล่าว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ภายใต้การนำของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรี ทส. ได้ประกาศเดินหน้า ภูเก็ตโมเดล อย่างเต็มรูปแบบ โดยปักหมุดลุยตรวจราชการและสั่งรื้อคดีในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ เพื่อส่งสัญญาณขั้นเด็ดขาดว่า ทรัพยากรของชาติจะต้องกลับคืนสู่ประชาชน และไม่มี ข้อยกเว้น สำหรับผู้กระทำความผิดอีกต่อไป

นายอรรถพล กล่าวว่า เพื่อเป็นการจัดระเบียบอุทยานแห่งชาติสิรินาถ รมว.ทส. ได้มอบนโยบายและข้อสั่งการขั้นเด็ดขาด 3 ประการแก่เจ้าหน้าที่ ได้แก่

1.สะสางคดีเก่าให้สิ้นซาก คดีบุกรุกที่ดินที่ผ่านมาต้องดำเนินการให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ยึดหลักกฎหมายถึงที่สุด กรณีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ให้ฝ่ายกฎหมายของ ทส.คัดเลือกคดีที่มีหลักฐานแน่นหนาเพื่อยื่นฟ้องและต่อสู้คดีต่อไปให้ถึงที่สุด

Advertisement

2.ปิดประตูการบุกรุกใหม่ ในยุคนี้จะต้องไม่มีคดีบุกรุกใหม่ เกิดขึ้นโดยเด็ดขาด พร้อมสั่งจัดระเบียบร้านค้าชุมชนและการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยไม่กระทบสิ่งแวดล้อม

3.ข้าราชการต้องมือสะอาด เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องทำงานด้วยความโปร่งใส ห้ามเอื้อประโยชน์หรือเป็นเครื่องมือให้กลุ่มทุนและผู้มีอิทธิพลอย่างเด็ดขาด

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลไม้ขาว สาคู และเชิงทะเล อำเภอถลาง มีเนื้อที่รวมกว่า 56,250 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ทางทะเล 42,500 ไร่ และทางบก 13,750 ไร่ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทำให้พื้นที่ผืนนี้ถูกเฉือนแบ่งและครอบครองโดยมิชอบ ปัจจุบันพบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำพื้นที่อุทยานแห่งชาติอย่างโจ่งแจ้ง อาทิ โรงแรม รีสอร์ต และบ้านพักตากอากาศ โดยอาศัยการออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นการเบียดบังพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่ควรจะเป็นสมบัติของชาติและของประชาชนทุกคน

“ปัจจุบันพบว่า ในระหว่างปี พ.ศ. 2552- 2568 มีการบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ทั้งคดีรายเล็กรายน้อย และคดีที่มีลักษณะเป็นสิ่งปลูกสร้าง โรงแรม รีสอร์ต หรือบ้านพักตากอากาศ จำนวน 104 คดี โดยมีคดีที่สำคัญและอยู่ในความสนใจของประชาชน จำนวน 6 คดี เป็นคดีถึงที่สุด จำนวน 2 คดี เพิกถอนเอกสารสิทธิทางที่ดินแล้ว จำนวน 1 คดี ยังไม่ได้เพิกถอนเอกสารสิทธิทางที่ดิน จำนวน 5 คดี และที่คาดว่าจะนำเข้าสู่กระบวนการรื้อถอนได้เร็ว ๆ นี้ จำนวน 2 คดี การขับเคลื่อน ภูเก็ตโมเดล ในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญของภาครัฐในการทวงคืนความยุติธรรมและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่าของชาติ ไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอีกต่อไป”นายอรรถพล กล่าว