บอร์ดสปสช.วุ่น งบส่งเสริมกิจกรรมภาครัฐกว่า 80 ล้าน เรียก’ผอ.อภ.’ช่วยแจงข้อเท็จจริง

8.06.17 | 16:20 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ที่มี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการประชุมเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีการเชิญ นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เข้าชี้แจง “กรณีเงินสนับสนุนกิจกรรมภาครัฐจากองค์การเภสัชกรรม” เนื่องจาก นพ.พินิจ หิรัญโชติ กรรมการบอร์ด สปสช.กล่าวในที่ประชุมว่า ต้องการติดตามความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบการใช้เงินของ สปสช.ที่ขัดระเบียบและข้อท้วงติงของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า ห้ามใช้เงินสนับสนุนกิจกรรมภาครัฐ แต่ปรากฏว่ามีการใช้ไปแล้วกว่า 80-90 ล้านบาท จากทั้งหมด 170 ล้านบาท

นพ.นพพร ชื่นกลิ่น

นพ.นพพรกล่าวว่า เรื่องนี้ได้ชี้แจงหลายครั้งแล้ว ทั้งต่อ สตง. คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แม้แต่บอร์ด สปสช.เองก็มีการชี้แจงหลายครั้ง ซึ่งที่มาของงบประมาณนี้ ด้วย อภ.เป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจที่ไม่แสวงหากำไร แต่ไม่ได้รับงบประมาณแผ่นดินและต้องเลี้ยงตัวเองให้ได้ โดยปี 2560 นี้ อภ.มียอดขายอยู่ที่ 15,000 ล้านบาท/ปี โดยเป็นยอดหนี้ในช่วง 6 เดือนแล้วจำนวน 9,563 ล้านบาท ส่วนหนี้สะสมมาตั้งแต่ปี 2556 และมาหนักในปี 2558 และ 2559 ซึ่งสาเหตุมีลูกหนี้จากหน่วยงานต่างๆ คือ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มียอดซื้อยาและเวชภัณฑ์ที่ 3,000 ล้านบาท แต่เป็นหนี้ประมาณ 2,000 ล้านบาท/ปี ส่วนสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ถือเป็นลูกค้าที่ดีที่สุด เพราะหนี้ค้างจะเหลือน้อยมาก แต่ช่วง 1 ปีที่ผ่าน สปส.มีปัญหาเคลียร์เงินภายในทำให้เกิดปัญหา แต่หลังจากที่ นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการ สปส.เข้าบริหารทำให้มีการเคลียร์หนี้

“แต่ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากคือ สปสช. ซึ่งเดิมมีหนี้ค้างจ่ายเพียงแค่ 19 ล้านบาท/ปี แต่ปัจจุบันหนี้ได้ขยับสูงขึ้น โดยมียอดสะสม 5,791 ล้านบาทแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา อภ.เคยได้รับการทักท้วงจาก สตง.ว่าทำไมจึงยังจำหน่ายให้ เนื่องจาก อภ.เป็นหน่วยงานไม่แสวงหากำไรและมีพันธกิจทางสังคมช่วยให้ประชาชนเข้าถึงยา จึงต้องดำเนินการต่อ แต่ล่าสุด สปสช.อยู่ระหว่างดำเนินการเคลียร์หนี้คาดว่าปีนี้จะจ่ายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท” นพ.นพพรกล่าว และว่า การที่มีการค้างหนี้นั้น ด้วยที่ อภ.เป็นหน่วยงานไม่แสวงหากำไร จึงมีการใช้งบที่เรียกว่าเงินสนับสนุนกิจกรรมภาครัฐ สำหรับให้หน่วยงานดำเนินการตามเงื่อนไขการจ่ายเงินตามกำหนดเวลา ก็จะมีงบส่วนนี้เพื่อนำไปใช้ทำโครงการที่มีประโยชน์ต่างๆ ดังนั้น ขอยืนยันว่าที่มีการระบุว่าเงินก้อนนี้เป็นการส่งเสริมการขาย เป็นเงินทอน ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และการอนุมัติให้งบส่วนนี้ก็จะมีการพิจารณาหลายขั้น

นพ.นพพรกล่าวว่า ที่ผ่านมายังได้นำเรื่องนี้เรียนต่อผู้ว่าการ สตง.แล้ว ท่านเห็นด้วยกับโครงการจากงบส่วนนี้ เพราะจะทำให้การเร่งรัดให้ผู้ซื้อจ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ต้องใช้อย่างรอบคอบและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นการให้โครงการไปเที่ยวต่างประเทศ นอกจากนี้ทราบว่าภายใน สปสช.การขอใช้เงินก้อนนี้ก็มีการควบคุมกันอยู่ คือ เลขาธิการ สปสช.ต้องอนุมัติ และปลัดกระทรวง สธ.ต้องอนุมัติ แต่ผู้อนุมัติปล่อยเงินคือ ผอ.อภ. และหากไม่มีการดำเนินการโครงการภายใน 1 ปีต้องส่งเงินคืน ดังนั้น ขอย้ำว่า ไม่ใช่เงินทอน และเงินก้อนนี้ของ อภ.ไม่ได้หักยอด 5% การขายแล้วคืนให้กับหน่วยงาน แต่เป็นการตั้งงบประมาณเพื่อใช้จ่ายสำหรับเงินก้อนนี้

ด้าน นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า กรณีที่ สปสช.ค้างหนี้ อภ.จำนวนมากนั้น เนื่องจากที่ผ่านมา สปสช.ได้รับการทักท้วงถึงอำนาจการเบิกจ่ายเงิน แต่จากการประชุมบอร์ด สปสช.เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนนี้ บอร์ดได้เห็นชอบให้เลขาธิการ สปสช.เป็นผู้ลงนามในกรณีการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ ดังนั้นจะมีการเคลียร์หนี้ในเร็วๆ นี้

Advertisement