ศรีสุวรรณ ร้องศาลปกครอง เพิกถอนมติ กก.อุทยานแห่งชาติ ปมเฉือนป่าทับลานให้ สปก.บริหารจัดการ อ้างกระทบบัญชีขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ศาลปกครองกลางถ.แจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เดินทางมายื่นฟ้องคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป้า และพันธุ์พืช ว่าร่วมกันใช้อำนาจ หรือดุลยพินิจโดยมิชอบ และละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ กรณีคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 มีมติให้ปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยให้มีการเพิกถอนที่ดินของอุทยานฯที่ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เนื้อที่ประมาณ 53,416 ไร่ พื้นที่โครงการหมู่บ้านไทยสามัคคีตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ปี 2520 เนื้อที่ประมาณ 8,328 ไร่ พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง (พมพ. และ คจก.) ตามมติ ครม. ปี 2535 เนื้อที่ประมาณ 87,500 ไร่ รวม 155,865 ไร่ โดยยกให้ ส.ป.ก.ไปจัดการ และพื้นที่ราชพัสดุสนามฝึกซ้อมรบของทหาร เนื้อที่ประมาณ 6,621 ไร่ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และสวนกระแสการคัดค้านของประชาชน ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลพิจารณาเพิกถอนมติดังกล่าว
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การเฉือนพื้นที่อุทยานทับลานออกไป จะกระทบกระเทือนต่อความเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ที่ UNESCO อาจประกาศให้อยู่ในภาวะอันตรายหรือถูกถอดออกจากบัญชีการขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้ ส่วนข้ออ้างว่าจะนำพื้นที่ป่าสงวนฯประมาณ 86,966 ไร่เข้ามาเสริมนั้น เป็นเรื่องที่ยากเพราะมีชาวบ้านไปบุกรุกเป็นที่ทำกินอยู่ ซึ่งจะกลายเป็นมหากาพย์เพิ่มความขัดแย้งใหม่เข้าไปอีกแน่ หรือเป็นเพียงคำลวงที่ลดกระแสต่อต้านจากคนไทยทั้งประเทศเท่านั้น ที่สำคัญในปี 2567 กรมอุทยานฯและคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.) เคยจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องดังกล่าวพบว่ามีประชาชนคัดค้านมากถึง 901,892 คนหรือ 95.05 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับไม่นำมาประกอบในการใช้อำนาจหรือดุลยพินิจ จึงถือได้ว่ามติดังกล่าวเป็นการทำลายพื้นที่อนุรักษ์ของชาติ ที่ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ นอกจากนี้ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนยังได้ขอให้ศาลพิจารณาออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวด้วยการสั่งระงับการบังคับใช้มติดังกล่าวไปกว่าคดีจะถึงที่สุด เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นระหว่างศาลพิจารณาคดี


