หน้าแรก ในประเทศ ผู้บริหารสถาบ...

ผู้บริหารสถาบันปรีดี ขอผู้ปกครองเป็น Safe Zone เปิดพื้นที่เจนใหม่ ‘กระจายอำนาจ’ นำไทยสู่สันติ

22.06.26 | 21:32 น.

‘สันติสุข’ เฝ้าฝัน ‘ไทยที่สันติ’ วอนผู้ปกครองเป็น Safezone เปิดพื้นที่คนรุ่นใหม่ สร้างสังคมเทียมเท่าด้วย ‘กระจายอำนาจ’ เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา รัฐธรรมนูญมาจากประชาชน

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ (ทองหล่อ) เลขที่ 65/1 ถนนสุขุมวิท 55 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เนื่องในโอกาสเปิดที่ทำการแห่งใหม่ สถาบันปรีดี พนมยงค์ จัดงาน ‘LIVING DEMOCRACY: ก้าวย่างใหม่ของสถาบันปรีดี พนมยงค์’ ระหว่างวันที่ 22-24 มิถุนายนนี้โดยเวลา 11.20 น. มีพิธีเปิดผ้าคลุมรูปปั้น รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ โดย น.ส.สุดา พนมยงค์ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ และ นางดุษฎี พนมยงค์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ และศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2557 สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล) ร่วมกดสวิตซ์ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายแวดวงร่วมเป็นสักขีพยานคับคั่ง ทั้งปัญญาชน นักวิชาการ นักการเมือง ภาคประชาสังคม ตลอดจนนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ร่วมวางดอกไม้เพื่อแสดงความคารวะ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแจกหนังสือ ‘ปรีดี-พุทธทาส เทอดรัฐธรรมนูญ’ และ ‘Living Democracy ก้าวย่างใหม่ของสถาบันปรีดี พนมยงค์ (PRIDI Democracy and Peace Hub) : ร่วมเปิดพื้นที่สาธารณะทางปัญญา‘ เนื้อหาสะท้อนเจตจำนงของการเปิดอาคารที่ทำการแห่งใหม่ของสถาบันปรีดีฯ ในครั้งนี้ คือการเปิดบทใหม่ของพื้นที่สาธารณะทางปัญญา ที่ตั้งอยู่บนปณิธานเดิม ’เพื่อชาติและราษฎรไทย‘ และพร้อมทำงานกับสังคมร่วมสมัยอย่างมีหลักการ รวมถึงภายในงานยังมีการเปิดตัวหนังสือ My Turbulent Life and 21 Years of Exile in the People’s Republic of China โดย ศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์ หัวหน้าศูนย์แห่งความเป็นเลิศทางวิชาการด้านความเชื่อมโยง อดีตคณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์

บรรยากาศเวลา 15.20 น. เข้าสู่การเสวนาในหัวข้อ ‘อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต : หมุดหมายสันติธรรมแห่งใหม่’ โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ และที่ปรึกษามูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, นายสันติสุข โสภณสิริ กรรมการบริหาร สถาบันปรีดี พนมยงค์, รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตประธานกรรมการบริหาร สถาบันปรีดี พนมยงค์ และ นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.วรรณภา ติระสังขะ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

Advertisement

ด้าน นายสันติสุข กรรมการบริหาร สถาบันปรีดี กล่าวว่า เท่าที่สังเกต คนรุ่นใหม่ยังคงทำงานในประเด็นสำคัญของ อ.ปรีดี คือ

1.ประเด็นการเมือง

2.ประเด็นเศรษฐกิจ เพื่อประกันความสุขสมบูรณ์ของราษฎร ซึ่งแม้ในเวลานี้มีประกันสังคม แต่ยังห่างไกลจากความคิดที่ก้าวหน้า ที่อยากให้ประชาชนมีหลักประกันตั้งแต่เกิด จนตาย

3.ประชาธิปไตยต้องได้มาโดยสันติวิธี โดย ‘อำนาจสูงสุดเป็นของราษฎรทั้งหลาย’ เป็นมาตราแรก ในรัฐธรรมนูญฉบับแรก

นายสันติสุขกล่าวต่อว่า คำว่า ‘ราษฎร’ กับ ‘รัฐ’ มีรากเดียวกัน ต่างแค่เป็นภาษาบาลี กับสันสกฤต ซึ่งความจริงแล้ว ท่านปรีดี ยึดหลัก ‘สันติวิธี’ อย่างมาก ต้องคืนอำนาจให้ราษฎรภายใน 10 ปีหลังอภิวัฒน์สยาม 2475 แต่เผอิญมีสองครามโลก ท่านจึงเขียน The King of the White Elephant (พระเจ้าช้างเผือก)

‘ไม่มีความสุขอื่นใด เสมอด้วยสันติ‘ ท่านนำมาใช้เหมือนในทางธรรม โดยมองว่า ’สันติภาพ‘ คือการบรรลุความสุขสูงสุดของโลก และต้องอาศัยความรุนแรงให้น้อยที่สุด ท่านปรีดีไม่เคยคิดเรื่องการมีอำนาจด้วยอาวุธ แต่เชื่อมั่นใน ‘ระบบรัฐสภา’ แม้จะมีเพื่อนเป็นทหารบก ทหารเรือ ก็ตาม

“ไม่เคยใช้อำนาจรัฐด้วยปลายกระบอกปืน แม้การต่อสู้ให้ได้มาซึ่งเอกราชทางศาล ก็ทำโดยใช้กลไกรัฐสภา ไม่เคยบอกว่า ตัวท่านเองสำคัญ” นายสันติสุขเผย

นายสันติสุขกล่าวต่อว่า ‘ในเรื่องเศรษฐกิจ เป็นเรื่องที่ ท่านอาจารย์ปรีดี เน้นย้ำอย่างมาก แต่ท่านเชื่อมั่นเศรษฐกิจในลักษณะสังคมประชาธิปไตย ดังนั้น จึงเป็นภาระของคนรุ่นใหม่ที่ต้องคิดร่วมกันต่อไป ว่าจะทำอย่างไรให้สังคมเดินไปในทางที่เชื่อมั่นว่า ‘ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ’ และสร้างความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ ด้วยพื้นฐาน ‘การกระจายอำนาจ’

“ขอให้ผู้ปกครอง เป็น Safezone ขอวิงวอนสำหรับคนรุ่นใหม่ที่เป็นหน่ออ่อนทางความคิด ให้เขามีเวทีที่จะคุย แลกเปลี่ยน เพื่อแสวงหาแนวทางประชาธิปไตย (ซึ่งผมอาจอยู่ไม่ถึง) ด้วยการเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา ที่มาจากรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง”

“ในวาระที่ไม่ถึง 6 ปี 6 เดือน ผมเฝ้าฝันว่า ในวาระ 100 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง (อภิวัฒน์สยาม) จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกับการฉลองกรุงรัตโกสินทร์ 250 ปี มีการเปลี่ยนแปลงที่ร่วมมือกันเดินไปในทางสันติ และมีการสร้างสรรค์ เพราะคนรุ่นเก่าๆ ที่เชื่อในอำนาจนิยมก็คงจะหมดไปเยอะแล้ว และเชื่อว่าสังคมเป็นของคนรุ่นใหม่ที่เขาจะต้องเติบโตต่อไป อยู่ในระบอบประชาธิปไตย ที่อาจจะอยู่นอกเหนือไปจากแนวความคิดของท่านอาจารย์ปรีดีก็ได้” นายสันติสุขกล่าว