“ร.อ.”เก๊ แอบอ้างสนิท”พล.อ.อุดมเดช”ตุ๋นฝากเด็ก เผยเมียเพิ่งรู้ว่าไม่ใช่ทหารหลังความแตก

8.06.17 | 18:34 น.

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 8 มิถุนายน ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รองผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.พาริน จันทร์เลิศ พ.ต.ท.วันพิชิต วัฒนศักดิ์มณฑา รองผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.มนต์ชัย เพ็งเลิศ สว.กก.5 บก.ป. และร.ท.รัตนชัย ทองใบ ทหารชุดเคลื่อนที่เร็ว กองพันพัฒนาที่ 1 ร่วมกันจับกุมนายวิชัย ลิ้มไพบูลย์ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม ฉ้อโกง และนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ได้ที่บ้านเลขที่ 141 หมู่ 5 ต.น้ำพุ อ.เมือง จ.ราชบุรี พร้อมเครื่องแบบทหาร ตรายางของเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐอเมริกา อาวุธปืนบีบีกัน รูปภาพของพล.อ.อุดมเดช สีหบุตร และเอกสารปลอมการขอเข้ารับการทหาร

พ.ต.อ.ภูมินทร์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาแอบอ้างตัวเป็น “ผู้กองเอก” เป็นนายทหารยศ ร.อ.ทำงานอยู่ที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย นอกจากนี้ในบัญชีเฟซบุ๊กของผู้ต้องหายังอ้างตัวเป็นนายทหารวิเคราะห์ข่าวกรอง ประจำภาคพื้นเอเซียนอาคเนย์ และยังแอบอ้างว่ามีความสนิทสนมกับพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ทั้งที่ไม่เป็นความจริง อีกทั้งผู้ต้องหายังอ้างตัวว่าสามารถฝากบุคคลภายนอกเข้าเป็นทหาร สังกัดกระทรวงกลาโหมได้ จะต้องจ่ายเงินเป็นค่าดำเนินการ รายละ 3-5 แสนบาท เมื่อผู้เสียหายจ่ายเงินให้แล้ว ผู้ต้องหาจะมอบหนังสือเพื่อฝากบรรจุเป็นข้าราชการทหารจากพล.อ.อุดมเดช ไปถึง ผบ.กรมทหารราบที่ 1 รอ. ให้กับเหยื่อเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

พ.ต.อ.ภูมินทร์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจค้นบ้านพักพบหลักฐานหนังสือฝากบุคคลภายนอกเข้าเป็นทหารถึง 6 ราย แยกเป็นสัญญาบัตร 3 ราย และชั้นประทวนอีก 3 ราย อย่างไรก็ดีสำหรับพฤติกรรมผู้ต้องหาเมื่อได้รับเงินจากผู้เสียหายทั้งหมดก็จะเงียบหายไป หากถูกผู้เสียหายทวงถามความคืบหน้าเรื่องการเข้าบรรจุข้าราชการก็จะบ่ายเบี่ยงอ้างเหตุผลต่าง ๆ จนกระทั่งผู้เสียหายทราบว่าหนังสือดังกล่าวที่ได้มา เป็นหนังสือปลอม จึงจะพากันเข้าแจ้งความและจับกุมตัวได้ดังกล่าว

สอบสวน นายวิชัย รับสารภาพว่า เคยมีอาชีพค้าขายทางอินเตอร์เน็ต ส่วนการรับฝากบุคคลภายนอกเข้าเป็นทหารนั้น มีเพื่อนที่รู้จักกันทางแอพพลิเคชั่นบีทอล์ค มาได้ระยะหนึ่งแล้ว อ้างตัวเป็น“เสธ.นัท” เป็นทหารคนสนิทของนายทหารระดับสูง หลังจากนั้นเขาก็แนะนำว่าให้ติดต่อหาบุคคลภายนอกที่ต้องการจะเป็นทหาร สามารถฝากกับเจ้านายให้ได้ แต่ละคนมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 3-5 แสนบาท ส่วนตนได้ค่าหัวรายละ 1-1.5 หมื่นบาท ส่วนตัวเสธ.นัทนั้น ตั้งแต่รู้จักกันมายังไม่เคยเจอตัวจริง

นายวิชัย กล่าวต่อว่า ทุกครั้งเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจ่ายเงินมาแล้ว ทางเสธ.นัทจะส่งลูกน้องมาเก็บเงินไป ก่อนจะส่งจดหมายฝากเข้าทำงานมาให้ ตอนแรกคิดว่าสามารถฝากได้จริงๆ กระทั่งมารู้ความจริงในภายหลังว่าเป็นการหลอกลวง ทำให้ตนต้องปล่อยเลยตามเลย และต้องทำตัวเป็นทหารไปด้วย โดยไปหาซื้อชุดเครื่องแบบทหารมาแต่ง แม้กระทั่งภรรยาซึ่งเป็นพยาบาล ที่อยู่กินกันมานานหลายปี เพิ่งจะมาทราบข้อเท็จจริงเมื่อไม่นานมานี้เองว่าตนเป็นทหารปลอม ก่อนจะถูกจับกุมดังกล่าว หลังการสอบสวน จะส่งตัวให้พนักงานสอบสวนของ กก.5 บก.ป.ดำเนินคดีต่อไป ร่วมทั้งจะได้ขยายผลและติดตามหาตัว “เสธ.นัท” มาดำเนินคดี

Advertisement