กรมอุทยานฯ ปล่อย ‘เสือปิ่น’ คืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้ง หลังฟื้นฟูร่างกายสมบูรณ์ พร้อมติดปลอกคอดาวเทียม เกาะติดพฤติกรรมใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) ที่ 12 (นครสวรรค์) ร่วมกับสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า สนธิกำลังร่วมปฏิบัติภารกิจปล่อย “เสือปิ่น” เสือโคร่งเพศเมีย รหัส HKT236F กลับคืนสู่ป่าธรรมชาติ บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่ายางแดง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ภายหลังนำมาดูแลรักษาและฟื้นฟูสภาพร่างกายในกรงเลี้ยงกึ่งธรรมชาติ ณ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นเวลากว่า 3 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมให้เสือโคร่งสามารถดำรงชีวิตในป่าธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย และลดผลกระทบต่อชุมชนรอบแนวเขตป่าอนุรักษ์
ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผอ.สบอ.ที่ 12 พร้อมด้วย น.ส.พิมพ์ชนก สรงมงคล หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง, นางอัจฉรา ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ, นายสมโภช ดวงจันทราศิริ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ, นายณัฐพงษ์ คงกระพันธ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ ตลอดจนเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานวิชาการ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า นำโดยนายสุทธิพงษ์ แกมทับทิม หัวหน้ากลุ่มงานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า และคณะเจ้าหน้าที่

นางชยาภรเปิดเผยว่า เสือปิ่น เป็นเสือโคร่งเพศเมีย อายุประมาณ 13 ปี มีน้ำหนักแรกรับประมาณ 95 กิโลกรัม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ก.พ.2569 เสือปิ่นได้เดินออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์มายังบริเวณ อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร ซึ่งในครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ได้จับตัวและนำไปปล่อยคืนป่า ณ หน่วยพิทักษ์ป่ายางแดง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งแล้ว แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มี.ค.2569 พบว่าเสือปิ่นได้เดินออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์อีกครั้ง บริเวณบ้านปางสัก ต.แม่เปิน อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ และได้สร้างความเสียหายแก่สัตว์เลี้ยงของราษฎรในพื้นที่ ต.แม่เล่ย์ อ.แม่วงก์ จ.กำแพงเพชร คณะเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าควบคุมสถานการณ์และนำตัวเสือปิ่นมาดูแลรักษาพร้อมฟื้นฟูสภาพร่างกายภายในกรงฟื้นฟูของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.2569 เป็นต้นมา
ในระหว่างการฟื้นฟูเป็นเวลากว่า 3 เดือน เจ้าหน้าที่ได้จัดการเลี้ยงดูเสือปิ่นภายใต้สภาพแวดล้อมกึ่งธรรมชาติ เพื่อคงพฤติกรรมตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าและไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ได้รับการตรวจสุขภาพจากสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด ได้รับการฉีดวัคซีน และได้รับอาหารที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งก่อนดำเนินการปล่อยในครั้งนี้ สัตวแพทย์ได้รักษาบาดแผลภายนอกจนหายดี พร้อมเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจวิเคราะห์ และชั่งน้ำหนักล่าสุดพบว่าเสือปิ่นมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 119 กิโลกรัม ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงเต็มที่ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้เริ่มเคลื่อนย้ายเสือปิ่นออกจากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ในเวลา 18.00 น. ไปยังหน่วยพิทักษ์ป่ายางแดง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และดำเนินการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติอย่างปลอดภัยในเวลา 22.00 น.

“การส่งเสือปิ่นกลับคืนสู่ผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้งในครั้งนี้ เป็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมจากการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายบริหาร งานวิชาการ สัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ กรมอุทยานแห่งชาติฯมุ่งมั่นที่จะรักษาสมดุลของระบบนิเวศควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่รอบแนวเขตป่า โดยการปล่อยในครั้งนี้ได้ติดตั้งปลอกคอวิทยุดาวเทียมเพื่อติดตามเส้นทางการเคลื่อนที่และพฤติกรรมของเสือโคร่งอย่างแม่นยำ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทั้งสัตว์ป่าและชุมชน”
สำหรับขั้นตอนต่อไปภายหลังจากการปล่อยตัว คณะเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเฝ้าติดตามสัญญาณจากปลอกคอร่วมกับการบินอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ตรวจสอบสถานะในทันที เพื่อให้มั่นใจว่าเสือปิ่นมีความปลอดภัยและสามารถปรับตัวได้ดี โดยหลังจากนี้ทีมงานของกลุ่มงานวิชาการและสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ จะยังคงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและพฤติกรรมของเสือโคร่งตัวดังกล่าวอย่างต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมทั้งประสานงานร่วมกับเครือข่ายชุมชนรอบผืนป่าในการสร้างความเข้าใจ เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน






