‘ยิ่งชีพ’ ประกาศพิชิตเป้าหมาย ‘ รธน.ของประชาชน’ เริ่มจากหยุด ส.ว.สีน้ำเงิน ชี้ ระบอบนี้ยิ่งอยู่ยิ่งโกง ยึดอำนาจรัฐ
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมกับ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) จัดกิจกรรม ‘ย่ำค่ำ นำภา ย่ำรุ่ง ประชาธิปไตย’ โดยไฮไลต์ได้แก่ การฉายโฮโลแกรม ประกาศคณะราษฎร 2475 และ การอ่านคำประกาศราษฎร 2569 เพื่อตอกย้ำว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ราษฎรต้องได้เลือก สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่เอาระบอบสีน้ำเงิน
บรรยากาศตั้งแต่เวลา 18.00 น. ที่หน้าแมคโดนัลด์ สาขาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นักกิจกรรมทางการเมืองในช่วงม็อบราษฎร ปี 2563 ตลอดจนประชาชนหลากหลายช่วงวัย หลั่งไหลเดินทางมารวมตัวที่บริเวณบนฟุตปาธ อาทิ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ เป๋า ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw), นายอานนท์ ชวาลาวัณย์ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์สามัญชน, รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง.สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อดีตหัวหน้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.), นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ส.ว., นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรือ อั๋ว อดีตแกนนำเยาวชนปลดแอก, นายวรัญชัย โชคชนะ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ฯลฯ, นายธีระวัฒน์ มุลวิไล ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี 2561 ผู้ร่วมก่อตั้งคณะละคร B-Floor Theatre, นางนภัสสร บุญรีย์ หรือ ป้านก นักเคลื่อนไหวทางการเมืองอิสระ อดีตผู้สมัคร ส.ว. ตลอดจนกลุ่ม ศิลปะปลดแอก เป็นต้น

กระทั่งเวลา 18.50 น. ราษฎรัมส์ โหมกลองนำขบวน ก่อนที่ผู้ร่วมกิจกรรมจะเดินข้ามถนนมายังลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อรำลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือ ‘อภิวัฒน์สยาม’ ครบรอบ 94 ปี เมื่อเวลาย่ำรุ่ง ของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ณ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า นำอ่านประกาศโดย พระยาพหลพลพยุหเสนา
จากนั้น ราษฎรัมส์ ทั้ง 4 คน ยืนรัวกลองที่เบื้องหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ปลุกผีราษฎร โดยสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการล้มลงที่ละราย พร้อมกับคราบเลือด โดยด้านหลังของเสื้อยังเขียนข้อความ อาทิ All dream on it People are peace but …, Together with the people by the people, Dream เป็นต้น ทั้งนี้ บริเวณโดยรอบมีการขึงผ้าสีขาว แทนจอมอนิเตอร์ รวมถึงมีการตั้งโต๊ะ ’ร่วมลงชื่อ ส.ส.ร.เลือกตั้ง‘, ไม่เอา อำนาจ ส.ว.ไม่เห็นชอบระบอบสีน้ำเงิน‘ ของ iLaw และลงชื่อสนับสนุน ’Human Rights Agenda วาระสิทธิมนุษยชนกรุงเทพฯ’ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด
ต่อมาเวลา 19.00 น. มีการฉายโฮโลแกรม ประกาศคณะราษฎร 2475 ฉายภาพจำลองการอ่านประกาศ โดยผู้ร่วมงานบางส่วนต่างร่วมสแกนคิวอาร์โค้ด ส่งเสียงอ่านประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 โดยใจความสำคัญของประกาศฉบับดังกล่าว คือ ‘อำนาจสูงสุดเป็นของราษฎรทุกคน’ รวมถึงหลัก 6 ประการของคณะราษฎร

จากนั้นเข้าสู่ช่วง ‘คำประกาศราษฎร 2569’ โดยตัวแทนจากหลากหลายเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมสะท้อนประเด็นปัญหา ตอกย้ำเจตจำนงในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะต้องสะท้อนเจตนารมณ์ของราษฎรอย่างแท้จริง
โดยเริ่มจาก นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ เป๋า ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวในหัวข้อ ‘ประชามติกับรัฐธรรมใหม่ สายธารที่ไม่หวนกลับ ไม่เอาระบอบสีน้ำเงิน‘
นายยิ่งชีพกล่าวถึง ระบอบสีน้ำเงิน ที่มีรองประธาน ส.ว. ก็คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมถึงยังมีอดีตผู้สมัคร ส.ส.ที่สอบตก ก็ลาออกจากสมาชิกพรรค ถอดเสื้อคลุมพรรคไปสมัคร ส.ว.ได้ทั้งหมดเลย
“ส่งญาติ ลูกพี่ลูกน้อง ไปสมัครได้หมดเลย จาก ส.ว.ชุดปัจจุบัน เรารู้ผล ตั้งแต่ก่อนโหวตตลอดเวลา โหวตเหมือนกันหมด 140-150 คน นี่คือ ส.ว.ระบอบสีน้ำเงิน”

นอกจากนี้ ยังส่งคนเข้าไปดำรงตำแหน่ง ในองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐไปทั้งหมดแล้ว ทั้งตุลาการสูงสุด ที่ต้องผ่านการเห็นชอบของ ส.ว. รวมถึง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, ป.ป.ช., ป.ป.ง., กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน เต็มไปหมดหลายสิบองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐ
“ใครที่ดูมีความรู้ความสามารถสักหน่อย อาจารย์สิริพรรณ นกสวน สวัสดี ไปสมัคร เขาไม่โหวตรับ แต่ไปเลือกศาสตราจารย์ท่านหนึ่ง ไม่ใช่จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ แต่มาจาก โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนก่อนหน้า ก็เข้มแข็ง เป็นถึงอดีตอธิบดีกรมทางหลวง ท่านสร้างถนน ทางด่วน รถไฟฟ้า อนุมัติทุกโครงการ ภายใต้รัฐมนตรี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ พรรคภูมิใจไทย อีกทั้งยังส่ง ‘อธิบดีกรมขนส่งทางบก’ ไปเป็น กกต.” นายยิ่งชีพกล่าว และว่า

นอกจากโกงอำนาจรัฐ โกงเลือก ส.ว.ยังยึดกุมอำนาจตรวจสอบ ยิ่งอยู่นาน เขาก็จะยิ่งเลือกองค์กรเหล่านี้เข้ามาทุกวันๆ เพื่อโหวตนั่นโหวตนี่ แล้วใครจะตรวจสอบ ส.ว.ได้ ก็คือ ‘กกต.ที่มาจากการเลือกของ ส.ว.ชุดนี้’ กำลังทำหน้าที่ตรวจสอบ เลือกอีกคนมาตรวจสอบตัวเอง นี่คือ ระบอบสีน้ำเงิน
จากนั้น ประชาชนร่วมส่งเสียง “ส.ว.ออกไป น้ำเงิน ไม่เอา”
นายยิ่งชีพกล่าวต่อว่า ระบอบนี้ กำลังจะเอา 21.6 ล้านเสียง ไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยใช้กระบวนการสีน้ำเงิน เหมือนเดิม แล้วให้อำนาจ ส.ว. ในการเลือกคนมาร่าง พร้อมอนุมัติว่ารัฐธรรมนูญแบบนี้ จะเอาหรือไม่ ? เราจึงต้องส่งเสียงว่า กระบวนการแบบนี้เราไม่เอา
โดยในช่วงท้าย นายยิ่งชีพยังกล่าวย้ำถึง รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ว่าเราจะเดินไปให้ถึง จุดนั้น โดยเริ่มจากหยุดระบอบสีน้ำเงินก่อน




