หน้าแรก ในประเทศ ทำไมต้องอุทิศ...

ทำไมต้องอุทิศบ้านเกิดเป็นโรงไฟฟ้า? ภาคปชช.ย้ำ ต้องได้เลือกสสร.! ลุยระดม 5 หมื่นชื่อ

23.06.26 | 21:50 น.

กป.อพช ชวนคิด ทำไมต้องอุทิศบ้านเกิดเป็นโรงไฟฟ้า? – ระดม 50,000 ชื่อ ตอกย้ำเจตจำนง ‘ราษฎรต้องได้เลือก ส.ส.ร.’

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมกับ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) จัดกิจกรรม ‘ย่ำค่ำ นำภา ย่ำรุ่ง ประชาธิปไตย’ โดยไฮไลต์ได้แก่ การฉายโฮโลแกรม ประกาศคณะราษฎร 2475 และ การอ่านคำประกาศราษฎร 2569 เพื่อตอกย้ำว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ราษฎรต้องได้เลือก สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่เอาระบอบสีน้ำเงิน

บรรยากาศตั้งแต่เวลา 18.00 น. ที่หน้าแมคโดนัลด์ สาขาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นักกิจกรรมทางการเมืองในช่วงม็อบราษฎร ปี 2563 ตลอดจนประชาชนหลากหลายช่วงวัย หลั่งไหลเดินทางมารวมตัวที่บริเวณบนฟุตปาธ อาทิ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ เป๋า ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw), นายอานนท์ ชวาลาวัณย์ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์สามัญชน, รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง.สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อดีตหัวหน้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.), นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ส.ว., นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรือ อั๋ว อดีตแกนนำเยาวชนปลดแอก, นายวรัญชัย โชคชนะ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ฯลฯ, นายธีระวัฒน์ มุลวิไล ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี 2561 ผู้ร่วมก่อตั้งคณะละคร B-Floor Theatre, นางนภัสสร บุญรีย์ หรือ ป้านก นักเคลื่อนไหวทางการเมืองอิสระ อดีตผู้สมัคร ส.ว. ตลอดจนกลุ่ม ศิลปะปลดแอก เป็นต้น

กระทั่งเวลา 18.50 น. ราษฎรัมส์ โหมกลองนำขบวน ก่อนที่ผู้ร่วมกิจกรรมจะเดินข้ามถนนมายังลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อรำลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือ ‘อภิวัฒน์สยาม’ ครบรอบ 94 ปี เมื่อเวลาย่ำรุ่ง ของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ณ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า นำอ่านประกาศโดย พระยาพหลพลพยุหเสนา

Advertisement

จากนั้น ราษฎรัมส์ ทั้ง 4 คน ยืนรัวกลองที่เบื้องหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ปลุกผีราษฎร โดยสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการล้มลงที่ละราย พร้อมกับคราบเลือด โดยด้านหลังของเสื้อยังเขียนข้อความ อาทิ All dream on it People are peace but …, Together with the people by the people, Dream เป็นต้น ทั้งนี้ บริเวณโดยรอบมีการขึงผ้าสีขาว แทนจอมอนิเตอร์ รวมถึงมีการตั้งโต๊ะ ’ร่วมลงชื่อ ส.ส.ร.เลือกตั้ง‘, ไม่เอา อำนาจ ส.ว.ไม่เห็นชอบระบอบสีน้ำเงิน‘ ของ iLaw และลงชื่อสนับสนุน ’Human Rights Agenda วาระสิทธิมนุษยชนกรุงเทพฯ’ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

ต่อมาเวลา 19.00 น. มีการฉายโฮโลแกรม ประกาศคณะราษฎร 2475 ฉายภาพจำลองการอ่านประกาศ โดยผู้ร่วมงานบางส่วนต่างร่วมสแกนคิวอาร์โค้ด ส่งเสียงอ่านประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 โดยใจความสำคัญของประกาศฉบับดังกล่าว คือ ‘อำนาจสูงสุดเป็นของราษฎรทุกคน’ รวมถึงหลัก 6 ประการของคณะราษฎร

จากนั้นเข้าสู่ช่วง ‘คำประกาศราษฎร 2569’ โดยตัวแทนจากหลากหลายเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมสะท้อนประเด็นปัญหา ตอกย้ำเจตจำนงในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะต้องสะท้อนเจตนารมณ์ของราษฎรอย่างแท้จริง

ในตอนหนึ่ง น.ส.แสงศิริ ตรีมรรคา หรือ ตุ้ย กป.อพช. กล่าวในหัวข้อ ‘เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ : ราษฎรต้องได้เลือก สสร.’

โดยระบุว่า หลายคนตอนนี้กำลังอยู่ในเรือนจำ หลายคนจากบ้านไปแล้ว กลายเป็นผู้อพยพ เราต้องไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นอีก หลายคนต้องเห็นญาติดำรงชีพด้วยเงิน 600 บาท ลูกหลานต้องเป็นหนี้เพื่อได้เรียนแต่คุณภาพกลับเหลื่อมล้ำราวฟ้ากับเหว

“ทำไมถึงทำให้ประชาชนในบ้านเกิดตัวเองหลายพื้นที่ ถูกแย่งยึดที่ทำกิน ทำให้เราไม่มีอากาศไว้หายใจ ทำลายป่าไม้ ทะเลที่รักของเรา และที่สำคัญ ไล่คนออกจากพื้นที่ที่อยู่กันมาเป็น 100 ปี ทำไมเราต้องอุทิศบ้านเกิดเป็นโรงไฟฟ้า เหมืองแร่ เขื่อน เหมืองถ่านหิน เพียงเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มหนึ่ง” น.ส.แสงศิริเผย

น.ส.แสงศิริกล่าวต่อว่า เราต้องเขียนรัฐธรรมนูญ ให้เป็นของประชาชน มีสิทธิมีเสียง ในการกำหนดกติกาของประเทศนี้ เพราะตราบใดที่คนร่างไม่ได้มาจากประชาชน ปัญหาที่ดิน ป่าไม้ ก็ไม่มีวันถูกเขียนไว้ในกฎหมายสูงสุดของประเทศ

“เรามาร่วมเฉลิมฉลอง 21 ล้านเสียง เมื่อ 8 ก.พ. พี่ลงประชามติ ว่าเราต้องการรัฐธรรมนูญของประชาชน มารวมกันตะโกนอีกครั้งกำหนดอนาคตของประเทศร่วมกัน ร่วมกันยืนยันว่า ‘ใครเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ’ ประชาชนใช่หรือไม่ คนที่จะกำหนดอนาคตประเทศ คือประชาชน และต้องเป็นคนเลือก ส.ส.ร. เข้าไปร่างรัฐธรรมนูญกำหนดอนาคตของประเทศ”

“94 ปีแล้ว ของการประกาศเจตจำนง ของคณะราษฎร เส้นทางต่อไป เราจะไปต่อเพื่อให้ประชาธิปไตยสมบูรณ์ขึ้น ร่วมกันลงมือชื่อให้ได้ 50,000 รายชื่อ หรือใน ConforAll เพราะอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ดังนั้น รัฐธรรมนูต้องเขียนใหม่ได้ทั้งฉบับ” น.ส.แสงศิริกล่าว

ก่อนประชาชนเปล่งเสียง ‘ส.ส.ร.เลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์’