พ่อเลี้ยงทำร้าย ด.ช. 6 ขวบ ม้ามฉีก-ซี่โครงหัก แม่เด็กผวา แจ้งตร.จนพบคดีเก่า ฝ่ายชายมีหมายจับติดตัว

24.06.26 | 18:04 น.

ล่าพ่อเลี้ยงตีนโหด! ซ้อมลูก 6 ขวบปางตาย ม้ามฉีก-ซี่โครงหัก แม่ร้องสายไหมต้องรอด หลัง ตร.ปัดคดี ‘ไม่มีพยาน’

จากกรณีทีมงานเพจสายไหมต้องรอดลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือ น.ส.น้อย (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี หลังร้องเรียนว่าลูกชายวัยเพียง 6 ขวบ ถูกอดีตแฟนหนุ่มหรือพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารักษาตัวในห้องไอซียู โดย น.ส.น้อยเปิดเผยว่า คบหากับผู้ก่อเหตุ คือนายภูธเนศ อายุ 22 ปี มาประมาณ 8 เดือน ที่ผ่านมาฝ่ายชายมักจะดื่มน้ำกระท่อมเป็นประจำ แต่ไม่เคยแสดงพฤติกรรมรุนแรงหรือทำร้ายร่างกายตนและลูกชายมาก่อน

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ในวันที่ 18 มิถุนายน เมื่อตนออกไปทำงานและปล่อยให้ลูกชายอยู่กับนายภูธเนศตามลำพัง เมื่อกลับมาถึงบ้านกลับพบว่าลูกชายมีรอยเขียวช้ำผิดปกติทั่วใบหน้า และนอนขดตัวด้วยความเจ็บปวด เมื่อคาดคั้นถามนายภูธเนศก็อ้างว่าเด็กหกล้มเอง แต่ตนไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากสภาพบาดแผลขัดกับความเป็นจริงอย่างมาก จนกระทั่งช่วงดึกลูกเริ่มมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง จึงรีบนำส่งโรงพยาบาล และในระหว่างทางลูกชายได้ยอมเล่าความจริงให้ฟังทั้งน้ำตาว่าถูกพ่อเลี้ยงต่อยเข้าที่ใบหน้า ท้อง และเตะเข้าที่ชายโครงอย่างแรง เพียงเพราะทำสมุดเรียนตกน้ำ

ผลการตรวจจากแพทย์อย่างละเอียดพบว่า ด.ช. 6 ขวบ อาการสาหัส ซี่โครงหัก 2 ซี่ คือซี่ที่ 7 และ 8 ม้ามฉีกขาด และมีเลือดคั่งในช่องท้อง จนต้องส่งตัวเข้าห้องไอซียูทันที ปัจจุบันอาการของเด็กเริ่มปลอดภัยแล้วและแพทย์อนุญาตให้กลับมาพักฟื้นที่บ้านได้นั้น

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ภายหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว น.ส.น้อยระบุว่า รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากและรับไม่ได้กับพฤติกรรมดังกล่าว ขณะที่นายภูธเนศได้ติดต่อกลับมาเพื่อขอไกล่เกลี่ย ยอมรับสารภาพว่าลงมือจริง และขอร้องไม่ให้ดำเนินคดี แต่ตนปฏิเสธและได้เดินทางเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ลาดกระบัง ทันที ทั้งนี้ สิ่งที่กังวลใจคือเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุมีหมายจับเก่าในคดีฉ้อโกงอยู่ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ติดตัวอยู่แล้ว แต่กลับยังไม่มีการดำเนินการเข้าจับกุมตัวในคดีทำร้ายเด็กซ้ำซ้อน ทำให้เกิดความกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัย จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด

Advertisement

น.ส.น้อยเล่าถึงสภาพจิตใจของลูกชายในปัจจุบันว่า ตกอยู่ในภาวะหวาดผวาอย่างรุนแรง ไม่ยอมอยู่กับคนแปลกหน้าและจะไว้ใจอยู่ใกล้ชิดกับแม่เพียงคนเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ เมื่อย้อนมองพฤติกรรมที่ผ่านมาของอดีตแฟนหนุ่ม ยอมรับว่าเคยมีสัญญาณเตือนหลายครั้ง เช่น เวลาเด็กสะอื้นไห้ นายภูธเนศมักจะใช้มือหยิกปากเด็กเพื่อให้หยุดร้องทันที และเคยพูดว่าไม่เคยมีลูก คงไม่สามารถมาช่วยเลี้ยงดูเด็กได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ค่าใช้จ่ายทุกอย่างของลูก ตนเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมดมาโดยตลอด

ด้านทีมงานเพจสายไหมต้องรอดเตรียมประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน พา น.ส.น้อยไปชี้จุดเกิดเหตุ ณ บ้านของอดีตพ่อเลี้ยง เพื่อเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และจะทำการติดตามความคืบหน้าทางคดีอย่างใกล้ชิด