หน้าแรก ในประเทศ อนุทินสั่งฟัน...

อนุทินสั่งฟันคนผิด ซัด “พวกขายชาติ” โกงสอบท้องถิ่น เกิดยุคเป็นมท.1 ธค.68 มศว ออกแถลงการณ์เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง

25.06.26 | 06:00 น.

อนุทินสั่งฟันคนผิด ซัด “พวกขายชาติ” โกงสอบท้องถิ่น เกิดยุคเป็นมท.1 ธค.68 มศว ออกแถลงการณ์เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 24 มิถุนายน ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีช่วงเช้าวันเดียวกัน เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสางปัญหาทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า เป็นการเรียกมาสั่งการ มอบหมายให้หน่วยงานรับผิดชอบเร่งดำเนินการ ดำเนินคดีหาคนผิด เพื่อหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก เรื่องคดีต้องดำเนินการ เรื่องข้อเท็จจริง ขณะนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ว่าเป็นไปตามข้อกล่าวหาหรือไม่ เพราะถือว่าอุกอาจถึงขั้นเอาข้อสอบข้าราชการท้องถิ่นมาแก้ไขได้ และกำหนดให้ใครคนใดคนหนึ่งได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ ถือเป็นการเอาเปรียบ เป็นการทุจริต ถือว่าเป็นการขายชาติอย่างหนึ่งด้วย เป็นการปิดโอกาสให้คนมีความรู้ความสามารถ ต้องมาแพ้กับกระบวนการทุจริตเช่นนี้ รวมถึงแพ้กับข้าราชการทุจริตตั้งแต่วันแรกเข้ามาเป็นราชการ

เมื่อถามว่า จะถือว่าเป็นการโมฆะทั้งหมดหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทำไมข่าวไปพาดอย่างนั้น บางทีต้องขอสื่อจริงๆ บางทีท่านไม่รู้ใจตน ก็ไปพาดหัวข่าวแบบนั้น คนก็ตกอกตกใจกันหมด ตนพูดถึงว่าถ้าไปถึงจุดที่พบว่ามีการทุจริต ในส่วนที่เป็นการทุจริตจะต้องโมฆะ แต่มีคนชี้แจงว่ามีการบรรจุข้าราชการหลายท่านเข้าไปแล้ว ผมบอกว่าถ้าข้าราชการหลายคนนั้นเป็นต้นตอ ตรงนี้ก็ต้องไปทั้งยวง เหมือนทฤษฎีผลไม้มีพิษ ถ้าจุดเริ่มต้นไม่ถูกก็ไม่ถูกตลอดทาง เป้าหมายต้องเป็นแบบนี้

“ผมเคยเจอที่บอกว่า ต่อให้ผิดแต่บรรจุเข้ามาแล้ว แต่งตั้งมาแล้ว บางทีคัดสรรผิด กว่าศาลจะบอกว่าผิดก็ไปเป็นซี 9 ซี 10 กันหมดแล้ว ถึงเวลาบอกว่าผิด แต่ก็ไปดึงกลับมาไม่ได้ ผมก็ยกตัวอย่างตรงนั้นว่าสำหรับตรงนี้มันไม่ใช่ เพราะนี่ไม่ใช่ซี 9 ซี 10 แต่เข้ามาทำงานยังไม่ถึงหนึ่งปีเลย ถ้าเขามาด้วยการสอบถูกต้องก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามาด้วยการทุจริตแก้ข้อสอบมาก็ต้องมาโมฆะหมด” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า จุดเริ่มต้นของการทุจริตการสอบท้องถิ่นครั้งนี้เกิดขึ้นยุคใคร นายกฯ กล่าวว่า สอบช่วงเดือนธันวาคม 2568 ก็ตนนี่แหละ แต่อย่างที่บอกว่าการสอบเป็นส่วนของกรม เป็นส่วนของท้องถิ่น และตนได้ยกเลิกครั้งแรกมาแล้ว และบอกว่าอย่าเพิ่งมีการสอบ ช่วงตนเข้ามาตั้งแต่ ปี 66 ไม่มีการสอบเลย และบอกว่ามีการกดดันว่า 2-3 ปีแล้ว ไม่มีการสอบข้าราชการเพิ่ม ทำงานไม่ไหวขอให้ปล่อยให้มีการสอบ การจะปล่อยหรือไม่ปล่อยเป็นหน้าที่ของกรม และต้องทำให้ดี เปลี่ยนจากม.บูรพาเป็นมาเป็นมศว. มีการเปลี่ยนแปลงคนบริหารจัดการการสอบ เป็นหน่วยงานราชการ และเป็นไปตามขั้นตอนถูกต้อง แต่มีการรั่วของเฉลยข้อสอบได้อย่างไร ที่แย่ที่สุดคือมีการแก้ข้อสอบแบบนี้ไม่ไหว จึงเป็นเรื่องปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องดำเนินการ ต่อให้ผู้บริหารไม่มีส่วนเกี่ยว แต่พอบรรจุเข้าไปก็ถือว่าประสิทธิภาพการทำงานไม่มี

Advertisement

เมื่อถามว่า ได้ฟังคลิปเสียงกล่าวหาว่ามีรัฐมนตรีช่วยเข้ามาเกี่ยวข้องแล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คลิปเสียงไม่สำคัญเท่ากับหลักฐาน คลิปเสียงยังไม่รู้ว่าของจริงหรือของปลอม ตนก็ฟังจากโซเชียลมีเดียยังไม่มีใครมาบอกว่าเป็นคลิปเสียงนำมาเป็นส่วนหนึ่งของรูปคดี ตรงนี้ตำรวจทำอยู่ ถ้าเป็นของจริงก็ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้เสียหาย ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะไปแจ้งความดำเนินคดี เมื่อเช้ารับฟังรายงานมาว่าตำรวจยังทำไม่ได้ เพราะสำนวนอยู่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะผู้ร้องกลุ่มแรกบอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ผู้สอบได้แล้วไม่ได้รับการบรรจุ เขาไปร้องป.ป.ช. แต่ไม่ได้ฟ้องตำรวจ ตำรวจก็ทำคดีไม่ได้ นอกจากซัพพอร์ตตำรวจไป ดังนั้นต้องถือว่าเหตุการณ์เช่นนี้กระทรวงมหาดไทยคือหนึ่งในผู้เสียหาย จึงไม่ต้องร้องป.ป.ช. แต่ให้ฟ้องตำรวจ เพื่อให้ตำรวจตำรวจได้มาดำเนินคดีด้วยตัวเอง

วันเดียวกัน  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ออกแถลงการณ์ว่า ตามที่ได้ปรากฏข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยานั้นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ขอเรียนชี้แจงในเบื้องต้นเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชน ดังนี้

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อยู่ระหว่างพิจารณาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว รอบด้านและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และจะดำเนินการเปิดเผยข้อมูลในส่วนที่สามารถเปิดเผยได้ตามกฎหมาย เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจน โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความเชื่อมั่นของสาธารณชน

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล หลักนิติธรรม และภายใต้กรอบของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ขอยืนยันเจตนารมณ์ในการปฏิบัติภารกิจด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่น ในมาตรฐานทางวิชาการ และคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ โดยจะดำเนินการในเรื่องดังกล่าวด้วยความรอบคอบและเป็นธรรม พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อไป