หน้าแรก ในประเทศ เปิดเบื้องหลั...

เปิดเบื้องหลัง นำจับ ‘ปลัดรุ่งเรือง’ ปมเรียกเงินสอบท้องถิ่น อ้างรู้จักผู้ใหญ่ เหตุเกิดตอนยังเป็น นอภ.

27.06.26 | 14:56 น.

เปิดเบื้องหลัง นำจับ ‘ปลัดรุ่งเรือง’ ปมเรียกเงินสอบท้องถิ่น อ้างรู้จักผู้ใหญ่ เหตุเกิดตอนยังเป็น นอภ.

จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป นำหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 9 เข้าจับกุม นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ประเด็นข้อถูกกล่าวหาว่าเป็น ตัวกลางเรียกรับเงิน ให้เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือให้สอบบรรจุเข้ารับราชการได้ จากผู้เสียหายจำนวน 3 ราย รายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงิน 900,000 บาท เหตุเกิดที่ อ. หาดใหญ่ จ.สงขลา

ต่อมา ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นตำแหน่งหน้าที่ราชการเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าตำแหน่งหน้าที่การงานมีความน่าเชื่อถือ จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนั้น

มีรายงานระบุว่า คดีดังกล่าวพนักงานสอบสวน กก.6 บก.ปปป. รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษเป็นคดีอาญา กรณีเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ เพื่อกระทำหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 ผู้กล่าวหารวม 3 คน ส่วนผู้ต้องหาคือ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ต

Advertisement

จากการสอบสวนพบว่า ผู้เสียหาย รู้จักกับนายรุ่งเรืองมาตั้งแต่ปี 2563 ขณะที่นายรุ่งเรือง เป็น “นายอำเภอ” อยู่ที่อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดยผู้เสียหายเคยสมัครสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

ต่อมาเมื่อเดือนมี.ค. 2568 ผู้เสียหายพร้อมเพื่อนอีก 2 คน เดินทางไปพบนายรุ่งเรืองที่บ้านพักใน จ.สงขลา เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องการสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น นายรุ่งเรืองอ้างว่า สามารถช่วยเหลือให้สอบติดได้ เนื่องจากรู้จัก “ผู้ใหญ่” ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายคนละ 3 แสนบาท รวมเป็นเงิน 9 แสนบาท

หลังจากรวบรวมเงินได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ผู้กล่าวหาได้นำเงินสดจำนวน 9 แสนบาท บรรจุในถุงกระดาษส่งมอบผ่าน “บุคคลใกล้ชิด” ของนายรุ่งเรือง ที่บ้านเจาะวา อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

ทราบด้วยว่า ผู้เสียหายนั้นสมัครสอบในตำแหน่ง “นักวิชาการจัดเก็บรายได้”

ต่อมา เมื่อประกาศผลกลับไม่พบรายชื่อผู้สอบผ่าน ผู้เสียหายจึงติดต่อสอบถามนายรุ่งเรืองผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งได้รับคำตอบว่า “ทราบแล้ว ให้รอสอบครั้งหน้าอีก” พร้อมรับปากว่าจะคืนเงินให้ กระทั่งได้รับแจ้งว่าจะมีเงินโอนเข้าบัญชี

ภายหลังผู้เสียหายทราบว่า นายรุ่งเรือง มีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากบุคคลอื่นลักษณะเดียวกัน จึงเกรงว่าเงินที่ได้รับคืนอาจเป็นเงินของผู้เสียหายรายอื่น อีกทั้งเห็นว่าการกล่าวอ้างว่าสามารถช่วยให้สอบบรรจุได้ไม่น่าเป็นไปได้ จึงเข้าแจ้งความ บก.ปปป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ภายหลังพนักงานสอบสวนเห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอเชื่อได้ว่าผู้ต้องหากระทำความผิด อีกทั้งเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับ ก่อนเข้าจับกุมนายรุ่งเรืองในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และนำตัวเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป