ป.ป.ส.กัดไม่ปล่อย ขยายผลเกือบ 1 ปี พบเจ้าหน้าที่รัฐยศ ‘พันตำรวจโท’ ร่วมขบวนการค้าเคตามีนข้ามชาติ 529 กก. พฤติการณ์ชัด เอาข้อมูลลับราชการไปให้ ขยายผลเจอยาบ้า 75 เม็ดซุกลิ้นชักโต๊ะทำงาน จับกุมและยึดทรัพย์กว่า 16 ล้าน
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 นำเจ้าหน้าที่บูรณาการกำลังร่วมกับสำนักปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจภูธรภาค 4 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และตำรวจภูธรจังหวัดเลย เปิดปฏิบัติการยุทธการตัดเนื้อร้าย-เจ้าหน้าที่รัฐ ห้วงวันที่ 22-23 มิถุนายน เดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดแบบขุดรากถอนโคน
พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ขับเคลื่อนภายใต้นโยบาย “พิฆาตยาเสพติด” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีสาระสำคัญมุ่งเน้นการดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ความช่วยเหลือ หรือสนับสนุนเครือข่ายนักค้ายาเสพติด ภายใต้ชื่อยุทธการตัดเนื้อร้าย

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17-18 และ 20 พฤษภาคม 2568 เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 7 ราย พร้อมของกลางวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน หรือยาเค) ล็อตใหญ่ จำนวน 529 กิโลกรัม ในพื้นที่ อ.พาน จ.เชียงราย ซึ่งเตรียมส่งออกไปยังประเทศที่สาม โดยในชั้นต้นสามารถอายัดทรัพย์สินได้มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท
จากการสืบสวนเส้นทางการเงินพบว่าขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจนในลักษณะองค์กรอาชญากรรม นำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาระดับสั่งการ และผู้สนับสนุนในเครือข่ายเพิ่มเติมอีก 4 ราย
ผลการปฏิบัติการกวาดล้างเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้สกัดจับ “เจ๊เหมียว” ผู้สั่งการลำเลียงยาเสพติด ซึ่งมีความใกล้ชิดกับเจ้าของยาเสพติดและกลุ่มนายทุน โดยจับกุมตัวได้ขณะเดินทางเข้าประเทศ พร้อมทั้งยึดอายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
ต่อมาเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ชุดปฏิบัติการได้เข้าจับกุมนายตำรวจยศ พันตำรวจโท ณ บ้านพักในพื้นที่ อ.วังสะพุง จ.เลย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจรายนี้มีพฤติการณ์นำข้อมูลความลับทางราชการไปแจ้งให้ขบวนการลักลอบยาเสพติดทราบ รวมถึงช่วยเหลือผู้กระทำความผิดมิให้ถูกดำเนินคดี

เบื้องต้นผู้ต้องหาจำนนต่อหลักฐานและให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงยึดอายัดทรัพย์สินกว่า 2 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินสด ทองรูปพรรณ ที่ดิน รถยนต์ และอาวุธปืน นอกจากนี้ จากการขยายผลเข้าตรวจค้นสถานที่ทำงาน ยังพบยาบ้าจำนวน 75 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน เจ้าหน้าที่จึงได้แยกดำเนินคดีในข้อหาครอบครองยาเสพติดเพิ่มเติมอีกหนึ่งคดี
ในวันถัดมา (23 มิ.ย.69) เจ้าหน้าที่ได้ติดตามจับกุม “นายดิว” ผู้ทำหน้าที่รับโอนเงินและจ่ายค่าจ้างลำเลียงยาเสพติดให้แก่เครือข่าย ได้ในพื้นที่ จ.เลย
สรุปผลการปฏิบัติการและแนวทางการดำเนินการ
ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายนี้ได้แล้วรวม 10 ราย และยึดอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท

สำนักงาน ป.ป.ส. ยังคงเร่งสืบสวนเส้นทางการเงินเพื่อขยายผลทลายเครือข่ายนักค้ายาเสพติดที่เชื่อมโยงในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันตกอย่างเด็ดขาดต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพบเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาและวินัยขั้นเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น
สำนักงาน ป.ป.ส. ขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ

