ความคืบหน้ากรณี พ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.นพดล สามารถ รอง ผกก.สอบสวน สน.ทองหล่อ พร้อมฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.5 บก.สส.บช.น. บก.ทท. และ บก.สปพ. เข้าช่วยเหลือ นายวาตานาเบ้ ซินากิ อายุ 56 ปี นักธุรกิจบริษัทเครื่องมือแพทย์ในประเทศญี่ปุ่น ที่ถูกคนร้ายลักพาตัวเรียกค่าไถ่ โดยพาขึ้นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน 5 กฆ 2491 กรุงเทพมหานคร ไปจากย่านแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน มากักขังทำร้ายร่างกายเรียกค่าไถ่ ภายในอพาร์ตเมนต์ ซอยเอกมัย 23 ในสภาพอยู่บนเตียงมีสายไฟมัด หน้าแข้งขาทั้งสองข้างมีบาดแผลถูกทำร้าย ขาขวาหัก นำส่งโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ พร้อมทั้งจับกุม นายเลโอ สึรุโซเอะ อายุ 41 ปี หัวหน้าชุดอุ้ม นายคิโยโตะ มิยาตะ อายุ 57 ปี ถูกจ้างมาเป็นคนขับรถ และมาซาโตะ โคบาริ อายุ 49 ปี เมื่อคืนวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อเวลา11.15 น. วันที่ 10 มิถุนายน ที่ สน.ทองหล่อ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เข้ามาติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว โดยมีตำรวจ สน.ทองหล่อ บก.ทท. เจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นและเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ร่วมหารือ ก่อนแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน โดยนำของกลางทั้งธนบัตรไทยและญี่ปุ่น เชือก ไม้เบสบอล และอาวุธปืนลูกโม่เทียม มาแสดง โดยไม่มีการนำผู้ต้องหาทั้ง 3 คนออกมาแถลงข่าวด้วย

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า อยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เบื้องต้นทราบว่ามีการขอรหัสบัตรเครดิตผู้เสียหาย แต่ยังไม่มีการนำบัตรไปกดเงิน สำหรับมูลเหตุนั้นนายเลโออ้างว่ามาจากความขัดแย้งเรื่องปัญหาการรับจ้างที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 2 ปีก่อน ทางผู้เสียหายเคยแจ้งความกับตำรวจ และไม่ยอมเลิกรา นายเลโอจึงวางแผนล่อให้ผู้เสียหายออกมาเจอกันที่ย่านแจ้งวัฒนะ ก่อนอุ้มไปกักขัง เพื่อสั่งสอนไม่ให้มายุ่งรังควานอีก ส่วนเลื่อยที่พบในห้อง กลุ่มผู้ต้องหาอ้างว่า ต้องการมาเลื่อยไม้เพื่อดามขาผู้เสียหายที่หักเท่านั้น ไม่ได้ต้องการให้ตายแค่สั่งสอน ประเด็นนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ กำลังขยายผลว่าจะมีกลุ่มคนร้ายเพียง 3 คน หรือไม่ พร้อมตรวจสอบว่ามีคนไทยเอี่ยวด้วยหรือไม่ จะต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า นายเลโอ เดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่เดือนเมษายน มีการต่อวีซ่านักท่องเที่ยว 1 ครั้งในเดือนพฤษภาคม วีซ่าจะสิ้นสุดเดือนมิถุนายนนี้ เช่นเดียวกับนายมาซาโตะที่ใช้วีซ่าท่องเที่ยวเช่นกัน ส่วนนายคิโยโตะมีวีซ่าทำงานในประเทศไทย ทำงานเป็นคนขับรถให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในไทย ทั้งนี้กลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดภายใต้การนำของนายเลโอ ลวงผู้เสียหายจากย่านแจ้งวัฒนะไปกักขังไว้ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน และให้โทรศัพท์ติดต่อภรรยาได้เพียงวันละ 1 ครั้งเท่านั้น ทางตำรวจไทยรับการประสานจากสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย จึงออกสืบสวนโดยเร่งด่วน เพราะมีข้อมูลจากภรรยาชาวไทยของผู้เสียหายว่า นายวาตานาเบ้ สนทนาทางโทรศัพท์มีน้ำเสียงอ่อนล้ามาก จึงต้องทำงานแข่งกันเวลา เพราะหากช้าเกินไปนายวาตายาเบ้อาจเสียชีวิตก่อน ช่วงค่ำของเมื่อวานนี้ ทางตำรวจพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาเช่ารถมีจีพีเอส และจีพีเอสของรถปรากฏอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 49 จึงนำกำลังไป ทางผู้ต้องหาไหวตัวขับรถหนี จนถูกชาร์จจับได้ที่ซอยสุขุมวิท 26 เค้นสอบพาตัวมายังห้องพักในซอยเอกมัย 23 จนพบผู้เสียหายถูกผ้าดำคาดปิดตา ในสภาพโรยแรง จึงเรียกชื่อนายวาตานาเบ้ เมื่อผู้เสียหายได้ยินชื่อก็พยักหน้าและขยับตัว ทำให้เจ้าหน้าที่โล่งใจว่ามาทันช่วยชีวิตได้สำเร็จ
รายงานข่าวแจ้งว่า นายเลโอ ได้ว่าจ้างนายคิโยโตะมาขับรถในราคา 60,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ ตำรวจพบว่าข้อนิ้วก้อยข้างซ้ายของนายมาซาโตะหายไป และมีรอยสักคล้ายสมาชิกยากูซ่า แต่ชื่อไม่พบในสารบบคนร้ายของตำรวจญี่ปุ่น คาดว่าจะเป็นสมาชิกปลายแถว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาปล้นทรัพย์ กักขังหน่วงเหนี่ยวและทำให้สูญเสียอิสรภาพ ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ ทางนายเลโอปฏิเสธเซ็นชื่อในชั้นจับกุมขอให้การในชั้นสอบสวน ส่วนนายคิโยโตะให้การปฏิเสธทุกข้อหา ส่วนนายมาซาโอะขอปฏิเสธข้อหาปล้นทรัพย์แต่รับสารภาพในข้อหาที่เหลือ เจ้าหน้าที่นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

