หน้าแรก ในประเทศ บิ๊กเต่านำแถล...

บิ๊กเต่านำแถลงจับปลัดรุ่งเรือง พบเส้นเงินถึง หลังเรียกรับนักธุรกิจปมสค.1 หมุนคืนอส.สอบตกท้องถิ่น ทรงศักดิ์ให้ทนายแจ้งความส้ม-กิจ-เพจดัง

1.07.26 | 06:20 น.

บิ๊กเต่านำทีมแถลงจับปลัดรุ่งเรือง พบเส้นเงินถึง หลังเรียกรับนักธุรกิจปมสค.1 หมุนคืนอส.สอบตกท้องถิ่น ทรงศักดิ์ให้ทนายแจ้งความส้ม-กิจ-เพจดัง

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก.ร่วมกับ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อายุ 54 ปี อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ในความผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์เป็นการตอบแทน เพื่อจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีทุจริตหรือผิดกฎหมาย และความผิดฐานเป็นคนกลางหรือผู้รับสินบนเพื่อนำไปจูงใจเจ้าหน้าที่รัฐ ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกลางเรียกรับเงินจากอส. 3 คน คนละ 300,000 บาท เพื่อแลกกับการช่วยเหลือสอบบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน

โดยนายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่ามีเจ้าของโรงแรมมาร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ว่าถูกปลัดจังหวัดภูเก็ตเรียกรับเงิน 1 ล้านบาท เพื่อแลกช่วยแก้ไขส.ค.1 แต่กลับไม่ดำเนินการตามที่ตกลง ขณะที่ พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม รักษาราชการแทน ผกก.5 บก.ป. ระบุต่ออีกว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินว พบว่าเป็นบัญชีเดียวกับที่ปรากฏในอีกคดี คือ คดีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนถูกนายรุ่งเรืองเรียกรับเงินช่วยเหลือสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ทำให้พบความเชื่อมโยงของทั้งสองคดี และพบการโอนเงินไป-กลับเป็นทอด ๆ จนกลายเป็นเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงมายังตัวผู้ต้องหา จึงจับกุมนายรุ่งเรือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 ความผิดฐานเรียกรับผลประโยชน์ และ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 175 ตัวกลางเรียกรับผลประโยชน์” และเมื่อเชื่อมโยงทั้งสองคดีได้ จึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในคดีเรียกรับเงินจากเจ้าของโรงแรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 ฐานเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับพฤติการณ์ของนายรุ่งเรืองที่นำไปสู่การจับกุมนั้น แม้เส้นทางการเงินจะไม่ได้โยงไปถึงนายรุ่งเรืองโดยตรง แต่พบว่าเกี่ยวพันกับคนรอบข้าง โดยเฉพาะเลขานุการปลัด เนื่องจากตอนที่นายรุ่งเรืองเรียกรับเงินจากเจ้าของโรงแรม ได้ให้เจ้าของโรงแรมโอนเงินจำนวน 1 ล้านบาท ไปที่บัญชี 1 ใน 3 ของ อส. เพื่อคืนเงินที่เรียกรับมา จากนั้นนายรุ่งเรืองให้ อส. รายดังกล่าวทอนเงินคืน 100,000 บาท โอนเข้าบัญชีเลขานุการ ก่อนให้เลขานุการกดเงินสดมาให้ปลัด

ด้าน พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. กล่าวต่อว่า เคสดังกล่าวเป็นคนละเคสกับคดีโกงข้อสอบที่ทาง ป.ป.ช. เป็นผู้รับผิดชอบ ถึงแม้ว่าจะมี สถ. เกี่ยวข้องกับทั้งสองคดี อย่างไรก็ตาม การทำงานจะทำควบคู่กันไป หากพบความเชื่อมโยงก็จะดำเนินการในภายหลัง

Advertisement

พ.ต.ท.สิริพงษ์ ย้ำว่า การดำเนินคดีไม่มีแรงจูงใจทางการเมือง แต่เป็นผลจากการสืบสวนที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตามไทม์ไลน์ โดยมีการบูรณาการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน การสอบสวนคดีทุจริตยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นหลัก ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นการเมืองในพื้นที่

วันเดียวกัน นายทิวา การกระสัง ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจากนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี แจ้งความดำเนินคดีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนาพาดพิงว่านายทรงศักดิ์เกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบคัดเลือกบุคลากรท้องถิ่น ที่สน.ทุ่งสองห้อง โดยให้ดำเนินคดี น.ส.ส้ม และนายกิจ (นามสมมติ)เป็นผู้ถูกกล่าวว่าเป็นเจ้าของเสียงในคลิป รวมถึงผู้เผยแพร่คลิปผ่านเพจ “บังแจ็ค” ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 รวมทั้งความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ต้องการให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ปากคำ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเหตุใดจึงมีการกล่าวอ้างเช่นนี้ และมีหลักฐานใดที่เชื่อมโยงนายทรงศักดิ์หรือไม่