ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ ล่าเว็บพนันรายยักษ์ใหญ่ 2,500 ล้าน โอนเงินผ่าน Payment Gateway
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 1 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ( บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.ท.โรจน์ศักดิ์ นัยผ่องศรี ผกก.2 บก.สอท.1 และ น.ส.จันทร์เพ็ญ คงประกอบ หรือฮาย อาภาพร นครสวรรค์ นักร้องลูกทุ่งและนักแสดงหญิงชื่อดัง พร้อมด้วยนายศุภสิทธิ์ ศิริ ทนายความส่วนตัว ร่วมแถลงเปิดปฏิบัติการล่าเว็บพนันรายยักษ์ใหญ่ 2,500 ล้าน ใช้ Ai ปลอมหน้า “ฮาย อาภาพร” โปรโมตเว็บ เอี่ยวบริษัท Payment Gateway ชื่อดังรับโอนเงิน
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องจากตำรวจชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.1 ได้ตรวจพบการกระทำความผิดบนแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก ปรากฏคลิป Reels จากผู้ใช้บัญชีชื่อ “สูตรแม่ฮาย” ได้โพสต์คลิปวิดีโอโฆษณาชักชวนให้บุคคลทั่วไปเข้าเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งใบหน้าและเสียงของบุคคลในคลิปถูกตัดต่อด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจว่าบุคคลดังกล่าวคือ “ฮาย อาภาพร นครสวรรค์” โดยที่ไม่ได้รับความยินยอมแต่อย่างใด

ต่อมา พ.ต.อ.โรจน์ศักดิ์ นัยผ่องศรี ผกก.2 บก.สอท.1 พ.ต.ท.ชูเกียรติ ชาตะรูปะ สว.กก.2 บก.สอท.1 ร่วมกันทำการสืบสวน กระทั่งพบข้อมูลหน้าโปรไฟล์เฟซบุ๊กดังกล่าวปรากฏบัญชีไลน์ชื่อ “HUAY69” ซึ่งเมื่อกดเพิ่มเพื่อนแล้ว มีข้อความอัตโนมัติเชิญชวนให้สมัครสมาชิกเว็บไซต์พนันออนไลน์ ชื่อ “KFC888” ซึ่งเว็บไซต์ดังกล่าวได้เปิดบริการให้บุคคลทั่วไปเข้าเล่นพนันออนไลน์ อาทิ ทายผลพนันฟุตบอล โลกหวยออนไลน์ หวยหุ้นจีน หวยหุ้นนิเคอิ และพนันอื่นๆ
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์กล่าวต่อว่า ชุดสืบสวนจึงตรวจสอบเชิงลึกปรากฏว่ามีบริษัทรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ “Payment Gateway” หรือระบบตัวกลางในการรับชำระเงินออนไลน์ที่เชื่อมต่อระหว่างลูกค้า ร้านค้า และธนาคาร เพื่อแฝงตัวเหมือนทำธุรกิจปกติ ช่วยให้รับเงินผ่านบัตรซึ่งรองรับการจ่ายทั้งบัตรเครดิต/เดบิตพร้อมเพย์ (Thai QR) และกระเป๋าเงินดิจิทัล (E-wallet) เช่น ชำระค่าน้ำ ค่าไฟ้า ค่าโทรศัพท์ หรือชำระบริการอื่นๆ ในชีวิตประจำวันทั่วไป แต่กลับให้ใช้เป็นช่องทางรับโอนเงินจากสมาชิกผู้เล่นพนันออนไลน์ เพื่อปกปิดหลักฐานให้ยากต่อการตรวจสอบและหลบเลี่ยงต่อการถูกจับกุม โดยผู้ให้บริการ Payment Gateway ทุกแห่งต้องปฏิบัติตามมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด หากปล่อยให้ระบบของตนถูกใช้เป็นช่องทางรับโอนเงินจากเว็บพนันหรือแก๊งมิจฉาชีพ โดยไม่มีมาตรการตรวจสอบที่เหมาะสม ย่อมอาจเข้าข่ายร่วมกระทำความผิด ทั้งในความผิดเกี่ยวกับการพนันและความผิดฐานฟอกเงิน
พ.ต.อ.โรจน์ศักดิ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเว็บไซต์ดังกล่าว พบเงินหมุนเวียนกว่า 120 ล้านบาทต่อเดือน หรือรวมกว่า 2,500 ล้านบาทต่อปี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง 2 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ

จุดแรก ตำรวจนำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.416/2569 ตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่ง ราคากว่า 40 ล้าน ภายในโครงการหรูย่านรามคำแหง ซอยรามคำแหง 9 ถนนรามคำแหง แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ที่คาดว่าเป็นแหล่งกบดานของกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารเว็บไซต์ ผลการตรวจค้นไม่พบตัวผู้เกี่ยวข้องหรือสิ่งของผิดกฎหมาย
จุดที่สอง นำหมายค้นศาลอาญา ที่ ค.417/2569 ตรวจค้นที่ทำการบริษัท Payment Gateway รายหนึ่ง ย่านเซ็นเตอร์พอยต์ ถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. จากการเข้าตรวจค้นสามารถตรวจยึดของกลาง คอมพิวเตอร์ จำนวน 2 ชุด และแฟ้มเอกสารสำคัญ จำนวน 5 เล่ม
ขณะที่ฮาย อาภาพร เปิดเผยว่า ติดตามเรื่องนี้มานานกว่า 6-7 เดือน หลังมีแฟนคลับและประชาชนส่งข้อมูลมาให้ตรวจสอบ ช่วงแรกตั้งใจจะปล่อยผ่าน แต่เมื่อเห็นว่ามีผู้คนจำนวนมากเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ชักชวนเล่นการพนัน จึงตัดสินใจเข้าปรึกษาตำรวจไซเบอร์เพื่อดำเนินคดีและปกป้องชื่อเสียงของตน เมื่อเดือนที่ผ่านมายังมีผู้ต้องสงสัยโทรศัพท์มาติดต่อ ขอเจรจาเป็นการส่วนตัวและพยายามขอไม่ให้เรื่องกลายเป็นข่าว แต่ตนเลือกเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชักชวนเล่นพนันออนไลน์ และไม่เคยเชิญชวนประชาชนลงทุนหรือเล่นการพนันในทุกช่องทาง
ตำรวจได้ออกหมายเรียกกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท Payment Gateway รายนี้แล้ว เพื่อให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในความผิด “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (หวยออนไลน์)” และ “ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นภาพของบุคคลอื่นอันเกิดจากการสร้าง ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลง โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือได้รับความอับอายฯ” นอกจากนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทุกราย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

