ตำรวจ AFP ออสเตรเลีย เข้าหารือ เลขาฯป.ป.ส. ประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลคดีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ-คดีแอร์สาวขนเฮโรอีน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 1 กรกฎาคม ที่สำนักงาน ป.ป.ส.(ดินแดง) มีการประชุมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน สำนักงาน ป.ป.ส. โดยสำนักปราบปรามยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) ระหว่าง คริสตี้-ลี เครสซี เจ้าหน้าที่อาวุโส สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย กรุงเทพฯ, เบรนดอน แบสฟอร์ด เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงาน สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย กรุงเทพฯ และตัวเจ้าหน้าที่ ABF เจมส์ ไรอัน ที่ปรึกษา สำนักงานพิทักษ์เขตแดนแห่งออสเตรเลีย, นายบรรพต เด่นเมธารัตน์ ผู้ดูแลโครงการอาวุโส สำนักงานพิทักษ์เขตแดนแห่งออสเตรเลีย เพื่อติดตามผลความคืบหน้าการขยายผลตรวจสอบในคดีพนักงานต้อนรับหญิง บริษัท การบินไทย จำกัด หรือรายคดี น.ส.มีนา อายุ 26 ปี ซึ่งถูกทางการออสเตรเลียจับกุมตัว ณ ท่าอากาศยานเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย วันที่ 25 มิ.ย.69 พร้อมของกลางเฮโรอีน 1 กก. โดยซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสัมภาระเดินทาง ปัจจุบัน น.ส.มีนา ถูกควบคุมตัวโดยทางการออสเตรเลีย และเตรียมขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์นในวันที่ 14 ก.ย.69
ในการพูดคุยหารือวันนี้ วางกรอบประเด็นเรื่องการขยายผลความคืบหน้าทางคดี ผลการสอบปากคำของ น.ส.มีนา ว่าพัสดุที่นำพาติดตัวไปนั้นมีปลายทางผู้รับคือใคร สถานที่นัดรับปลายทางคือที่ใด ก่อนจะถูกทางการออสเตรเลียจับกุมตัว นอกจากนี้ จะมีการพูดคุยถึงเรื่องคดีอาญาที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีที่พบว่าประเทศไทยมักเป็นทางผ่านของยาเสพติด นำส่งไปยังประเทศปลายทางที่สาม ซึ่งประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งจะหารือมาตรการเข้มข้นด้านความปลอดภัยและการสกัดกั้นการนำเข้าและส่งออกยาเสพติดระหว่างประเทศไทยและประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น

เมื่อผู้แทนจาก AFP เดินทางมาถึงสำนักงาน ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามเป็นภาษาอังกฤษว่า วันนี้จะมีหัวข้อพูดคุยกันอย่างไรบ้าง ผู้แทน AFP ทั้งสองรายยิ้มรับฟังคำถามของผู้สื่อข่าว แต่ไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด ก่อนเดินตรงเข้าไปภายในอาคาร และขึ้นไปยังด้านบนห้องประชุม ซึ่งมี พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะเจ้าหน้าที่สำนักปราบปรามยาเสพติด ร่วมให้การต้อนรับ
ผู้แทน AFP นำแฟ้มเอกสารปกสีดำ ซึ่งระบุข้อความ “AFP” มาด้วย อีกทั้งยังมีชายที่สวมเสื้อแจ๊กเก็ตระบุข้อความด้านหลังเสื้อว่า “Australian Border Force” ซึ่งตัวย่อ คือ ABF หรือหน่วยงานรักษาความมั่นคงชายแดนของประเทศออสเตรเลีย มีหน้าที่คล้ายกับกรมศุลกากร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ความมั่นคงชายแดนรวมอยู่ในหน่วยงานเดียวกัน
ทั้งนี้ ABF อยู่ภายใต้กระทรวงกิจการภายในของออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) ทำหน้าที่หลักๆ เช่น ตรวจคนเข้าเมือง (Immigration control) ด้วยการตรวจสอบผู้เดินทางเข้า-ออกประเทศ เช่น หนังสือเดินทาง วีซ่า สิทธิการเข้าประเทศ ตรวจศุลกากร (Customs) โดยตรวจสัมภาระ สินค้า และสิ่งของต้องห้าม เช่น ยาเสพติด อาวุธ เงินสดจำนวนมาก สินค้าผิดกฎหมาย ปราบปรามการลักลอบนำเข้า (Border enforcement) เช่น คดีลักลอบขนยาเสพติด การค้ามนุษย์ หรือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และดูแลความปลอดภัยตามสนามบิน ท่าเรือ และจุดผ่านแดน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ABF มักปฏิบัติงานที่สนามบินนานาชาติ เช่น สนามบินซิดนีย์ เมลเบิร์น บริสเบน เป็นต้น
เวลา 15.30 น. พ.ต.ต.สุริยาเปิดเผยภายหลังร่วมประชุมหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการข่าวกับผู้แทน AFP และเจ้าหน้าที่ ABF นาน 1 ชม.ว่า ภายหลังจากที่ได้มีการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ AFP และเจ้าหน้าที่ ABF ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นทาง ในการดำเนินการตรวจค้นและจับกุม น.ส.มีนา ที่ประเทศออสเตรเลีย โดยในวันนี้เป็นการประชุมร่วมกันภายใต้โครงการปฏิบัติการเฉพาะกิจร่วม “Taskforce Storm” ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 อย่างไรก็ดี การหารือในวันนี้ก็เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนตั้งแต่เริ่มการจับกุม และเป็นการติดตามความคืบหน้าการดำเนินการทั้งสองฝ่าย เพื่อทำให้เราทราบถึงที่มาและต้นตอของขบวนการ ซึ่งเรามีข้อมูลร่วมกันทั้งหมดแล้ว แต่รายละเอียดอาจจะต้องขอสงวนไว้เล็กน้อย เพราะเรามีความปรารถนาร่วมกันที่จะพิสูจน์ทราบถึงสิ่งที่สร้างความเดือดร้อนให้กับทั้งประเทศไทยและฝั่งประเทศออสเตรเลีย

พ.ต.ต.สุริยาเปิดเผยอีกว่า ตอนนี้ในภาพรวมการดำเนินคดีกับทาง น.ส.มีนา ต้องเรียนว่ามาตรฐานการทำงานของออสเตรเลียนั้น เขาได้ให้ความเป็นธรรม และมีการจัดหาทนายให้กับ น.ส.มีนา ส่วนการขยายผลว่าใครเป็นคนส่ง หรือเป็นเครือข่ายอย่างไรนั้น เราก็ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก แต่เนื่องจากอยู่ระหว่างการใช้ขยายผลของทั้งสองประเทศ จึงขอสงวนข้อมูลไว้เล็กน้อย
ส่วนกรณีที่มีประเด็นว่า น.ส.มีนา แสดงเจตจำนงจะสำแดงสิ่งของที่นำพามาในสัมภาระกระเป๋าเดินทางนั้น พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า ข้อเท็จจริงตรงนี้เป็นขั้นตอนการตรวจพบกระเป๋าที่มียาเสพติดตั้งแต่ในชั้นต้น ประเด็นนี้มีความชัดเจนแล้วว่าเมื่อ น.ส.มีนา เดินทางถึงสนามบินแล้วมีการตรวจโดยศุลกากร ก็จะมีการสอบถามอยู่แล้ว ซึ่งเป็นข้อกำหนดของทางการออสเตรเลีย เพราะลูกเรือแต่ละคน หากใครนำพาสิ่งของที่ไม่ใช่ของตัวเองติดตัวมาด้วย หรือในกระเป๋ามีสิ่งของที่จะต้องสำแดงหรือไม่ ซึ่งทางการออสเตรเลียย่อมมีการสอบถามทุกคนอยู่แล้ว ในกรณีของ น.ส.มีนา ก็ได้ตอบว่าตัวเองนำกระเป๋า 12 ใบ และยินยอมให้มีการตรวจสอบ จึงเป็นที่มาที่ศุลกากรเข้าตรวจสอบและพบว่าส่วนหนึ่งเป็นเฮโรอีน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบในห้องแล็บ ยังไม่ได้ผลชัดเจนว่ามีจำนวนและปริมาณเท่าไร
พ.ต.ต.สุริยากล่าวอีกว่า หากถามว่าการแสดงเจตจำนงสำแดงสัมภาระสิ่งของที่นำพาไปด้วยจะเป็นข้อต่อสู้ที่ช่วยให้ น.ส.มีนา ได้รับความยุติธรรมหรือไม่นั้น มองว่าเรื่องข้อต่อสู้ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของออสเตรเลีย ขณะนี้เราไม่ได้นิ่งนอนใจว่าเขาเป็นคนผิดจริงหรือไม่ หรือเป็นคนที่ตกเป็นเหยื่อในการนำพายาเสพติดออกนอกประเทศหรือไม่ ซึ่งทางการออสเตรเลียค่อนข้างให้ความเป็นธรรม โดยแต่งตั้งทนายในการเป็นผู้ช่วยเหลือทางด้านกฎหมายอีกด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนขยายผล การทำงานต่างๆ จึงต้องขอสงวนรายละเอียดไว้เล็กน้อย แต่มีตัวละครที่เกี่ยวข้องจริงๆ ที่อยู่รอรับของปลายทาง ส่วนจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาตินั้น ยังไม่ขอเปิดเผย เพราะอยู่ในกระบวนการติดตามตัวของออสเตรเลีย และทราบว่าทางออสเตรเลียก็ยังไม่ได้มีการออกหมายเรียกต่อบุคคลใด เพราะเป็นเรื่องระหว่างการสืบสวนอยู่ ส่วนจำนวนตัวละครที่เกี่ยวข้อง ยังประมาณไม่ได้ขนาดนั้นว่ามีกี่คน แต่รู้แค่ว่ามีคนรับและคนส่งของ ส่วนคนส่งของ คนรอรับ และคนโอนเงิน เราก็ต้องขยายผลให้เกิดความครอบคลุมทางด้านข้อมูลมากขึ้น
พ.ต.ต.สุริยากล่าวด้วยว่า วันนี้ประเด็นที่เราพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างกัน เราคุยกันหลากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวกับการส่งยาเสพติดจากแหล่งผลิตยาเสพติดผ่านไทยเพื่อนำส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย เราและออสเตรเลียได้นำข้อมูลเครือข่ายบุคคลที่มีพฤติการณ์ขนส่งลำเลียงยาเสพติดไปต่างประเทศมาพูดคุยกันทั้งหมด นอกจากนี้ ยังได้หารือเรื่องการประสานการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาในคดียาเสพติดที่หลบหนีหมายจับของศาลไทยไปยังประเทศออสเตรเลีย หรือแม้กระทั่งกรณีที่คนกระทำความผิดในออสเตรเลียแล้วมาหลบหนีในประเทศไทย เราก็ได้หารือความร่วมมือนี้ระหว่างกันด้วย
พ.ต.ต.สุริยากล่าวเพิ่มเติมว่า ยอมรับว่าวันนี้เป็นความร่วมมืออย่างดีที่ทั้งไทยและออสเตรเลียได้นำข้อมูลมาแลกเปลี่ยนหารือกัน ส่วนประเด็นว่า น.ส.มีนา ได้ให้ปากคำกับทางการออสเตรเลียหรือไม่ว่าถ้าหากผ่านด่านตรวจที่ท่าอากาศยานเมลเบิร์นไปแล้ว จะต้องนำส่งพัสดุกับใคร หรือมีการนัดรับปลายทางกันที่ไหนนั้น ยืนยันว่าเรามีข้อมูลตรงนี้หมดแล้ว แต่ต้องขอสงวนไว้เล็กน้อย ทั้งนี้ จากกรณีที่ตนให้สัมภาษณ์ประชาสัมพันธ์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่าขอให้ผู้ที่นำส่งพัสดุตัวจริงที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดล็อตนี้แล้วได้นำไปส่งให้ น.ส.มีนา ที่คอนโดคอนโดมิเนียม ในวันที่ 22 มิ.ย.69 ให้ความร่วมมือเข้ามาให้ข้อมูลกับเรานั้น ขณะนี้เริ่มมีคนให้เบาะแสเข้ามาบ้างแล้ว แต่ไรเดอร์คนส่งตัวจริงดังกล่าวก็ยังไม่ได้มีการประสานมาอย่างเป็นทางการว่าจะเข้าพบให้ข้อมูล

พ.ต.ต.สุริยาระบุว่า หลังจากนี้ประมาณ 1-2 วัน เราจะมีการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นเพิ่มเติม อาจจะร่วมกับตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพราะตอนนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายที่ได้มีการสืบสวนไว้อยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นการดำเนินการตรวจค้นและจับกุมกลุ่มเครือข่ายที่มีส่วนร่วมกับกรณีของ น.ส.มีนา หรือเป็นทั้งเครือข่ายที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีของ น.ส.มีนา ด้วย โดยนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง และได้กำหนดนัดประชุมบอร์ดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (บอร์ด ป.ป.ส.) โดยท่านจะเดินทางมาเป็นประธานการประชุมในวันที่ 3 ก.ค.69 ซึ่งหนึ่งในวาระการประชุมสำคัญ คือเรื่องของ น.ส.มีนา และการส่งยาเสพติดไปยังประเทศออสเตรเลีย ก็จะได้มาพูดคุยกันเพื่อจะได้วางกรอบการพัฒนางานป้องกัน และเพิ่มมาตรการทุกอย่างให้มันเข้มแข็งมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่ง การตรวจ การสแกน การเอกซเรย์ เชื่อว่าจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ด้านเจ้าหน้าที่ ABF กล่าวว่า ประเทศออสเตรเลียและประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันยาวนานในด้านการบังคับใช้กฎหมาย ในโอกาสนี้ตนขอขอบคุณเลขาธิการ ป.ป.ส. ที่ได้สละเวลามาร่วมหารือเกี่ยวกับภัยคุกคามและความเสี่ยงต่างๆ ที่กำลังเผชิญร่วมกันทั่วทั้งภูมิภาค



