หน้าแรก ในประเทศ กทม. ลอกท่อแล...

กทม. ลอกท่อแล้ว 3.7 พันกม. จ้องระดับน้ำ 24 ชม. เตรียมระบบอุโมงค์บึงหนองบอน เปิดใช้แน่ปีนี้

2.07.26 | 18:04 น.

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกว่า กทม. ได้ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระยะสั้น ระยะยาว และมาตรการแก้ไขเฉพาะจุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่

โดยในส่วนของมาตรการระยะสั้น ได้กำหนดแนวทางดำเนินงาน ได้แก่ การติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง การพร่องน้ำในคลองให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมก่อนเกิดฝนตก การตรวจสอบความพร้อมของประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ เครื่องสูบน้ำ และระบบไฟฟ้า การติดตั้งเครื่องสูบน้ำชั่วคราวในจุดเสี่ยงน้ำท่วม การล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ การขุดลอกคูคลอง และเปิดทางน้ำไหล รวมถึงการกำจัดวัชพืช ผักตบชวา ขยะ และสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง

นายณรงค์ กล่าวว่า กทม. ได้บูรณาการความร่วมมือกับ กรมชลประทาน และจังหวัดข้างเคียง โดยเฉพาะจังหวัดปทุมธานี จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดสมุทรปราการ ในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงน้ำท่วม พร้อมเร่งระบายน้ำภายหลังฝนหยุดตก ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการใช้งานระบบอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน ซึ่งพร้อมเปิดใช้งานภายในปี 2569 เพื่อเพิ่มศักยภาพการเร่งระบายน้ำและลดระดับน้ำในระบบคลองที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ส่วนมาตรการระยะยาว เป็นโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของ กทม. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครเมื่อเกิดฝนตกหนัก ครอบคลุมพื้นที่ 6 เขต ประมาณ 152.90 ตารางกิโลเมตร ได้แก่ เขตลาดกระบัง เขตหนองจอก เขตคลองสามวา (บางส่วน) เขตมีนบุรี เขตสะพานสูง และเขตประเวศ สามารถรองรับและเร่งระบายน้ำจากคลองประเวศบุรีรมย์และพื้นที่รับน้ำได้ประมาณ 4 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ผ่านอาคารรับน้ำ 3 แห่ง ลงสู่บึงหนองบอน และใช้อุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนที่ดำเนินการแล้วเสร็จในปีนี้สูบระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป โดยโครงการส่วนต่อขยายบึงหนองบอนมีขีดความสามารถในการระบายน้ำสูงสุด **60 ลบ.ม./วินาที** คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปลายปี 2569 และจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2574 (ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี)

Advertisement

นายณรงค์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อโครงการฯ แล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำ เร่งระบายน้ำจากพื้นที่ลุ่มต่ำและคลองสาขาต่าง ๆ เข้าสู่ระบบระบายน้ำหลักได้อย่างรวดเร็ว ลดระยะเวลาการเกิดน้ำท่วมขัง รองรับสถานการณ์ฝนตกหนักที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งลดผลกระทบต่อประชาชนด้านการคมนาคมและเศรษฐกิจในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบป้องกันน้ำท่วมของกรุงเทพมหานครในระยะยาว

สำหรับภาพรวมของกรุงเทพมหานคร กทม. ได้ดำเนินการตามแผนด้วยการลอกท่อระบายน้ำไปแล้วกว่า 3,739 กิโลเมตร (จากความยาวทั้งสิ้น 3,815 กิโลเมตร) หรือประมาณร้อยละ 98.1 ของแผนทั้งปี เหลือเพียงช่วงสุดท้ายที่กำลังเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อให้ระบบพร้อมรองรับฝนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่วนคูคลองซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการระบายน้ำ ขุดลอกไปแล้วกว่า 82% (ระยะทางรวม 267 กิโลเมตร) และการเปิดทางน้ำไหลดำเนินการได้มากกว่า 99% (1,412 กิโลเมตร) หลายคลองสายสำคัญดำเนินการแล้วเสร็จ ทำให้น้ำสามารถไหลได้สะดวก ลดจุดติดขัดที่เคยเป็นปัญหาซ้ำซาก รวมถึงได้เตรียมความพร้อมอุโมงค์ระบายน้ำ 4 แห่ง สถานีสูบน้ำ 207 แห่ง ประตูระบายน้ำ 244 แห่ง และบ่อสูบน้ำ 371 แห่ง

นายณรงค์ กล่าวว่า ในส่วนของเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ ซึ่งเป็นกำลังเสริมในสถานการณ์เร่งด่วน ปีนี้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำครบ 100% จำนวน 560 จุดทั่วเมือง ขณะที่การติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและการกระจายเครื่องสูบน้ำไปยังสำนักงานเขตใกล้แล้วเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนกรกฎาคม พร้อมกันนี้ ได้จัดเตรียมรถสูบน้ำเคลื่อนที่เร็ว (Mobile Unit) จำนวน 12 คัน เพื่อรองรับทุกสถานการณ์

พร้อมกันนี้ กทม. ยังได้เตรียมความพร้อมระบบเครื่องมือตรวจวัดและระบบสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเฝ้าระวัง ติดตาม และวิเคราะห์สถานการณ์แบบเรียลไทม์ ประกอบด้วย
– ระบบเรดาร์ตรวจอากาศ C-Band จำนวน 2 สถานี
– ระบบตรวจวัดปริมาณฝน จำนวน 130 สถานี
– ระบบตรวจวัดน้ำท่วมผิวการจราจร จำนวน 248 สถานี
– ระบบตรวจวัดระดับน้ำในคลอง/แม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 310 สถานี
– ระบบตรวจวัดอัตราการไหลของน้ำในคลอง/แม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 55 สถานี
– ระบบควบคุมและตรวจสอบเครื่องสูบน้ำ จำนวน 270 สถานี

ระบบทั้งหมดเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ศูนย์ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร เพื่อใช้ติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์แนวโน้ม และสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ฝน ระดับน้ำ การบริหารประตูระบายน้ำ การทำงานของสถานีสูบน้ำ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ได้แก่ เว็บไซต์สำนักการระบายน้ำ, E-book สำนักการระบายน้ำ, Facebook: Bangkok.Water และ bkk.best, Instagram: @ddsbma.pr, X (Twitter): @bkk_best, TikTok: @dds.bma, LINE Official Account: @ddsbma และ @bkk_best รวมถึงสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2248 5115 และโทรสาร 0 2246 0320