ผบช.ศ.นำคณะ บรอ.13 สานต่อโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน”

3.07.26 | 17:10 น.

ผบช.ศ.นำคณะ บรอ.13 สานต่อโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” ลงพื้นที่ด่านหน้ามอบเงินกว่า 2.3 ล้านช่วยเหลือ ตชด.บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดน

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม  พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา(ผบช.ศ.) ในฐานะผู้อำนวยการหลักสูตรการบริหารการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ภาครัฐร่วมเอกชน (บรอ.) รุ่นที่ 13 เปิดเผยว่านำคณะผู้เข้ารับการฝึกอบรม เดินทางลงพื้นที่ป่าเขาชายแดนเพื่อขับเคลื่อนและสืบสานโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นโครงการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจ ตามนโยบายด้วยหัวใจของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในการยกระดับสวัสดิการและส่งต่อความอุ่นใจอย่างเป็นรูปธรรมให้แก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัวผู้เสียสละ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะ บรอ.13 ร่วมใจกันมอบเงินช่วยเหลือสนับสนุนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งผ่านความห่วงใยอันยิ่งใหญ่จากแนวหลัง ไปยังครอบครัวของ “ด.ต.อุดม อ้วนผุย” ผบ.หมู่ กก.ตชด.22 วีรบุรุษร่วมปกป้องอธิปไตยของชาติ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสในเหตุการณ์ปะทะบริเวณฐานปฏิบัติการต้นไทร ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 โดยมี นางชนิตา อ้วนผุย ภรรยาคู่ชีวิตผู้ยืนหยัดเคียงข้าง เป็นตัวแทนรับมอบเงินช่วยเหลือเพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่บุตรทั้ง 2 คน และเป็นแรงใจสำคัญในการประคับประคองครอบครัวให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

พล.ต.ท.นิธิธร กล่าวว่า “โครงการครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” ผบ.ตร.มีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้กำลังพลและครอบครัวมั่นใจว่า ในวันที่วีรบุรุษด่านหน้าผู้เสียสละต้องเจ็บปวดจากการทำหน้าที่ปกป้องแผ่นดิน พวกเราที่อยู่แนวหลังจะไม่ทอดทิ้งเขาและครอบครัวอย่างเด็ดขาด ภารกิจของตำรวจตระเวนชายแดนนั้นเต็มไปด้วยความเสี่ยง ด.ต.อุดม ได้ทำหน้าที่ปกป้องพวกเราอย่างสุดกำลัง และเงินช่วยเหลือในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่สิ่งของ แต่คือคำสัญญาและหัวใจของคณะ บรอ.13 รวมถึงคนไทยทุกคนที่จะร่วมกันโอบอุ้ม บิดา มารดา คู่ชีวิต และบุตรของพี่น้องตำรวจผู้กล้า ให้พวกเขารับรู้ว่าความเสียสละนั้นมีค่าและจะไม่มีวันถูกลืม

สำหรับอาการล่าสุดของ ด.ต.อุดม  ปัจจุบัน ยังคงรักษาตัวอยู่ ที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยคนไข้รู้สึกตัวดี สามารถลืมตาต้อนรับครอบครัวและขยับแขนขาได้ในแนวราบ ท่ามกลางการดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมแพทย์เฉพาะทางอย่างใกล้ชิด

Advertisement

นอกจากนี้ คณะ บรอ.13 ยังส่งมอบความห่วงใยและพลังสนับสนุนไปยังกำลังพลส่วนหน้า กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 (กก.ตชด.22) ณ บริเวณผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร โดยสนับสนุนอุปกรณ์วัสดุก่อสร้างฐาน ตชด. และอาหารแห้ง เป็นมูลค่า 250,000 บาท พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณในการปรับปรุงที่พัก ทก.ตชด.22 เป็นจำนวนเงินอีก 313,935 บาท เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของรั้วของชาติในพื้นที่เสี่ยงภัย ตลอดจนเดินทางไปจัดกิจกรรมจิตสาธารณะส่งต่อรอยยิ้ม มอบสิ่งของและทุนการศึกษาให้แก่เด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกล บริเวณโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตาเอ็ม จังหวัดอุบลราชธานี และโรงเรียนบ้านหนองใหญ่ จังหวัดศรีษะเกษ เป็นจำนวนเงิน 402,957 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณณพิชชา คล้ายคลึง อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ นำคณะผู้เข้ารับการฝึกอบรม บรอ.13 อีกส่วนหนึ่ง ร่วมลงพื้นที่ศึกษาดูงานสถานที่จริง บริเวณฐานปฏิบัติการ ตชด. จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรับทราบถึงความยากลำบากและเติมเต็มกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ โดยร่วมสนับสนุนติดตั้งแแผงโซล่าเซลล์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบพลังงานของฐานปฏิบัติการ มูลค่ากว่า 540,000 บาท พร้อมมอบข้าวสาร สินค้าอุปโภคบริโภค มูลค่า 300,000 บาท และเงินสนับสนุนอื่น ๆ อีกจำนวน 176,000 บาท เพื่อขับเคลื่อนการทำงานของหน่วยด่านหน้าอย่างเต็มพิกัด ซึ่งรวมยอดการหลั่งไหลน้ำใจและพลังสนับสนุนในกิจกรรมครั้งนี้ทุกส่วน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 2,334,892 บาท

พล.ต.ท.นิธิธร  กล่าวว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สมาคมแม่บ้านตำรวจ และคณะ บรอ.13 เชื่อมั่นว่า การส่งมอบความช่วยเหลือรวมถึงงบประมาณสนับสนุนหลากมิติในวันนี้ จะเป็นสะพานเชื่อมโยงน้ำใจและศรัทธาอันยิ่งใหญ่จากภาคส่วนต่าง ๆ ไปยังครอบครัวผู้สูญเสีย บาดเจ็บ และกำลังพลแนวหน้าอย่างทั่วถึง อันเป็นการสร้างรากฐานความเชื่อมั่น ยึดมั่นในคุณธรรม และเป็นพลังใจสำคัญให้ข้าราชการตำรวจด่านหน้าปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนและปกป้องผืนแผ่นดินไทยอย่างเข้มแข็งและอบอุ่นใจสืบไป