หน้าแรก ในประเทศ ราชวิทยาลัยจุ...

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรม สิริศิลป์จินตภาพน้ำพระทัยเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ

4.07.26 | 11:17 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สืบสานพระปณิธานจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติถวายพระกุศล “สิริศิลป์จินตภาพน้ำพระทัยเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ผสานศาสตร์วิทยาศาสตร์การแพทย์และศิลปะเพื่อสุขภาวะปวงประชา

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติและถวายพระกุศล ภายใต้ชื่องาน “สิริศิลป์จินตภาพน้ำพระทัยเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่เวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่งในวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคลและพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระกุศล

โดยในอุดมมงคลสมัยแห่งวันคล้ายวันประสูติ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยามะเร็งมุ่งเป้า “อิมครานิบ 100” จำนวน 690,000 เม็ด แก่ระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการทรงงานด้านเภสัชกรรมด้วยพระวิริยอุตสาหะ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียมโอกาสนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้จัดแถลงปาฐกถาพิเศษเทิดพระเกียรติฯ และการประกาศผลรางวัลเกียรติยศระดับชาติและระดับนานาชาติอันเกี่ยวเนื่องกับวิทยาการแพทย์และสาธารณสุข จำนวน 2 รางวัลใหญ่ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อสนองพระปณิธานและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

การประกาศผล “รางวัลศรีสวางควัฒน” ประจำปีพุทธศักราช 2569 ในช่วงการปาฐกถาหัวข้อ “วิทยาการแห่งพระเมตตา: จากรากฐานพระปณิธานสู่สุขภาวะปวงประชา” โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รางวัลนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และสืบสานพระปณิธานในการส่งเสริมให้โรงพยาบาลทั่วประเทศพัฒนาการบริการที่มีประสิทธิภาพแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในทุกถิ่นฐาน

Advertisement

สำหรับ “รางวัลศรีสวางควัฒน” ประจำปีพุทธศักราช 2569 แบ่งตามประเภทโรงพยาบาล

ประเภทที่ 1 โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลเฉพาะทาง-เฉพาะระบบ และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ระดับ รพศ. ได้แก่ โรงพยาบาลอุดรธานี มีความโดดเด่นด้านมิติเครือข่าย การมีส่วนร่วม และการเข้าถึงประชาชน สามารถเชื่อมโยงบริการไปถึงกลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ และประชาชนชายขอบ ผ่านระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) รวมถึงการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care) และการดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง ถึงบ้านโดยบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ดูแลมืออาชีพ อีกทั้งยังมีแบบอย่างที่งดงามของการบูรณาการพลังชุมชนและศรัทธาร่วมกับวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จนฝังรากเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน

ประเภทที่ 2 โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ระดับ รพท. ได้แก่ โรงพยาบาลปัตตานี ที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในบริบทความเชื่อ ศาสนา และวิถีชีวิตพหุวัฒนธรรมที่สามารถอยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคง มีเครือข่ายภาคประชาชน ผู้นำศาสนา และ อสม. ที่เข้มแข็งผ่านการสร้าง Role model ในการดูแลสุขภาพ อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยการนำเทคโนโลยีขั้นสูงและ AI มาใช้พัฒนา Patient journey ในห้องฉุกเฉิน และการสร้าง flood dashboard เพื่อบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์และกำลังคนได้อย่างทันท่วงทีในยามวิกฤต

ประเภทที่ 3 โรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ระดับ รพช. ได้แก่ โรงพยาบาลเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา มุ่งเน้นการบริการปฐมภูมิที่ยั่งยืน ตอบสนองปัญหาสุขภาพที่เป็นความต้องการที่แท้จริงของชาวบ้านในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและข้อจำกัดด้านความมั่นคง สามารถสร้างความผูกพัน ร่วมแก้ปัญหากับภาคีเครือข่ายระดับอำเภอได้อย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นจุดแข็งที่แสดงถึงหัวใจของการสาธารณสุขเพื่อชุมชน

ประเภทที่ 4 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นต้นแบบของการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง มีการนำระบบดิจิทัลและการแพทย์ทางไกลมาเชื่อมโยงกับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่สามารถนำนโยบายสู่การปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วมีคุณภาพเห็นผลลัพธ์ชัดเจน รวมถึงมีห้องปฏิบัติการและระบบส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตที่สะท้อนถึงการทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ

การประกาศผล “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” ประจำปีพุทธศักราช 2568 ในช่วงการปาฐกถาหัวข้อ “วิทยาการเพื่อมวลมนุษย์: พระวิริยอุตสาหะด้านมะเร็งวิทยา” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ทัศนา บุญทอง กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ฯ ซึ่งเป็นรางวัลระดับนานาชาติที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระเกียรติคุณศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ 65 ปี วันที่ 4 กรกฎาคม 2565

โดยรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ Princess Chulabhorn Award เป็นรางวัลระดับนานาชาติเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความเป็นเลิศ มีผลงานวิจัย ค้นคว้า หรือการบำบัดรักษาโรคมะเร็งที่เป็นประโยชน์และสร้างคุณูปการอย่างยิ่งใหญ่แก่มวลมนุษยชาติในระดับสากล ทั้งนี้ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในพระอุปถัมภ์ ฯ จะดำเนินการคัดเลือกและประกาศผลผู้ได้รับรางวัล ฯ เป็นประจำทุกปี จำนวน 1 รางวัล ผู้ได้รับรางวัลจะได้รับโล่รางวัล และเงินรางวัล 50,000 เหรียญสหรัฐ โดยมีกำหนดการเข้ารับพระราชทานรางวัลอันทรงเกียรตินี้ในเดือนกรกฎาคมของทุกปี

สำหรับผู้ได้รับพระราชทาน “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” ครั้งที่ 3 ประจำปีพุทธศักราช 2568 โดยในปีนี้มีผู้ได้รับรางวัลร่วมกันจำนวน 2 ท่าน ซึ่งเป็นผู้ที่สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่และปฏิวัติวงการรักษาโรคมะเร็งของโลก ได้แก่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หวัง เจิ้นอี้ (Professor Wang Zhen-Yi) ผู้อำนวยการกิตติมศักดิ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง และศาสตราจารย์ นายแพทย์ เฉิน จู (Professor Chen Zhu) อดีตผู้อำนวยการสถาบันโลหิตวิทยาแห่งเซี่ยงไฮ้ และประธานสภากาชาดแห่งประเทศจีน

โดยผลงานของศาสตราจารย์ทั้งสองท่าน นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การแพทย์ ค้นพบและพัฒนาแนวทางการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันชนิดโพรไมอีโลไซติก (Acute Promyelocytic Leukemia หรือ APL) ซึ่งในอดีตถือเป็นหนึ่งในมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดที่ร้ายแรงที่สุด ผู้ป่วยมักเสียชีวิตอย่างรวดเร็วจากการเกิดภาวะเลือดออกรุนแรง โดยมีอัตราการรอดชีวิตเพียงร้อยละ 30-40 เท่านั้น ทว่า ศาสตราจารย์ทั้งสองท่านได้ปฏิวัติวงการรักษาโรคมะเร็ง ด้วยการใช้ กรดวิตามินเอ (All-trans Retinoic Acid หรือ ATRA) ร่วมกับ สารหนูออกไซด์ (Arsenic Trioxide หรือ ATO) ซึ่งการค้นพบการรักษาแบบมุ่งเป้าคู่ที่เปลี่ยนแนวคิดจากการทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรงแบบดั้งเดิม หรือเคมีบำบัดที่สร้างผลข้างเคียงรุนแรง มาเป็นการสอนหรือกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งที่กลายพันธุ์อันร้ายแรง กลับมาพัฒนาและเปลี่ยนสภาพเป็นเซลล์ปกติที่ไม่มีพิษต่อเซลล์ (Cytotoxicity) การบำบัดนี้จึงกลายเป็นสูตรการรักษาแรกของโลกที่ไม่ใช้ยาเคมีบำบัด หรือ Chemotherapy-free ในการรักษามะเร็งที่แพร่กระจายแล้วให้หายขาดได้ โดยมีผลข้างเคียงต่ำมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยโรค APL ในปัจจุบัน มีอัตราการรอดชีวิตและหายขาดสูงถึงร้อยละ 90-95

ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์อุปถัมภ์มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ จะพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2568 ในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องอัศวินแกรนด์บอลรูม โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งทรงเปิดการประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 3 และรับฟังการแสดงปาฐกถาพิเศษ

โอกาสนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ภายใต้แนวคิด “สิริศิลป์จินตภาพน้ำพระทัยเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” ในวาระแห่งการก้าวสู่ “1 ทศวรรษ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์”

ทั้งนี้ ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ชุด “Fantasia” สำหรับให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นำมาจัดแสดงในนิทรรศการ “สิริศิลป์จินตภาพน้ำพระทัยเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” ณ ชั้น 1 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยเริ่มจัดแสดงตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

“สิริศิลป์จินตภาพ” มิได้หมายถึงเพียงความงดงามของภาพวาดฝีหัตถ์ที่เต็มไปด้วยจินตนาการอันไร้ขีดจำกัดเท่านั้น แต่คือการสะท้อนถึง “จินตภาพแห่งความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีของปวงชน” ที่ทรงมุ่งหวังและรังสรรค์ให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการดำเนินงานและบริการทางการแพทย์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาเพื่อความผาสุกที่ยั่งยืนของปวงชนสืบไป

มูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ฯ ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์การกุศลคอลเลกชันใหม่ SIRISINLAPIN “Fantasia” ต้อนรับปีม้ามงคล ลายพีกาซัส (Pegasus) ซึ่งเป็นม้าสวรรค์ตามจินตนาการในภาพวาดฝีพระหัตถ์ สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ ความก้าวหน้า และอิสรภาพ โดยรายได้จากการร่วมบริจาคสนับสนุนผลิตภัณฑ์การกุศลดังกล่าว จะนำไปสมทบทุนเพื่อส่งต่อพลังการรักษา นำไปใช้ในการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ทั่วประเทศ และจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยให้แก่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์