‘บิ๊กโจ๊ก’ รับทราบข้อหาคดีสินบนทองคำ เตรียมชี้แจงเป็นหนังสือ 5 ส.ค. ก่อนคณะไต่สวนอิสระนัดไต่สวนทางการนัดแรก 27 ส.ค.
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนิน คณะกรรมการไต่สวนอิสระที่ตั้งขึ้นโดยประธานศาลฎีกา นัด นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. นายสมบัติ ธรธรรม อนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช.ในขณะนั้น นายสุรสิทธิ์ พลเรือนคนขับรถประจำตัวของนายเอกวิทย์ รวม 4 คน ความผิดเกี่ยวกับปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
กรณีที่นายเอกวิทย์เรียกรับสินบนทองคำ 246 บาท จาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ถูก ป.ป.ช.ไต่สวนคดีรับผลประโยชน์จากเว็บพนันออนไลน์

ต่อมาเวลา 14.20 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์และนายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ ได้ออกมาจากศาลฎีกา โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกล่าวว่า จะให้ทนายความเปิดเผยรายละเอียด
นายสัญญาภัชระบอกว่า วันนี้เดินทางมาเพราะผู้ไต่สวนอิสระมีหนังสือให้มารับทราบข้อกล่าวหา ถูกกล่าวหาว่าทุจริตประพฤติมิชอบเรื่องสินบนทองคำ ซึ่งคณะผู้ไต่สวนได้แจ้งพฤติการณ์ในคดีต่างๆ ให้รับทราบ ซึ่งถือเป็นการแจ้งพฤติกรรมครั้งแรกอย่างเป็นทางการ เพราะก่อนหน้านี้มีเพียงข้อมูลจากสื่อมวลชนที่นำเสนอเท่านั้น ซึ่งบางเรื่องเราก็ได้รับทราบครั้งแรก หลังจากนี้จะยื่นชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรเข้ามาอีกครั้งในวันที่ 5 สิงหาคม ประกอบกับการชี้แจงด้วยวาจาด้วย และองค์คณะผู้ไต่สวนอิสระได้นัดไต่สวนเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ 27 สิงหาคม
นายสัญญาภัชระกล่าวว่า ส่วนที่วันนี้ใช้เวลานาน เพราะ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ใช้เวลาในการอธิบายเรื่องที่ถูกแจ้งข้อหาให้คณะกรรมการไต่สวนอิสระรับทราบ คดีนี้เราสู้มาตั้งแต่แรกว่าการดำเนินคดีเป็นอำนาจของคณะกรรมการไต่สวนอิสระ ไม่ใช่อำนาจของ ป.ป.ช. หรือพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจที่เป็นคู่กรณี แต่ปัญหาคือคดีนี้ ที่มาจากมูลเหตุเดียวกัน ทางตำรวจได้ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ สำนักงานปราบปรามการทุจริต และมีการร้องไปยังสภา ส่งเรื่องต่อไปยังประธานศาลฎีกา จนตั้งองคณะผู้คนอิสระทั้ง 9 คนขึ้นมา

นายสัญญาภัชระกล่าวอีกว่า มองว่าเป็นความลักลั่นคดีเดียวกัน มีการดำเนินคดี 2 ที่ ทั้งที่เป็นคดีประวัติศาสตร์คดีเเรก แต่เมื่อเริ่มดำเนินการกลับไม่มีมาตรฐาน ต่อไปหากมีกรณีแบบนี้เป็นเคสที่ 2 จะทำอย่างไร การดำเนินคดีสองที่จะเป็นภาระของผู้ถูกกล่าวหา ไม่รู้ว่าจะต่อสู้คดีตรงไหนกันแน่
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวคณะผู้ไต่สวนอิสระแจ้งข้อกล่าวหาด้วยมติ 9 ต่อ 0 จะเป็นสารตั้งต้นที่ทำให้เป็นผลลบในการต่อสู้คดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ในอนาคตหรือไม่ ทนายบอกว่า ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไม่เคยได้ชี้แจง รวมถึงไม่ได้ตอบโต้ผ่านทางโซเชียล และต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้นไม่ควรด่วนสรุป แต่ยอมรับว่ารายละเอียดที่โดนแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับพฤติกรรมบางส่วนเป็นไปตามที่สื่อนำเสนอจริง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวก็ยังคงปฏิเสธตั้งแต่แรกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้สินบน แต่ขอไม่ลงรายละเอียด เพราะกระทบรูปคดี

