ชาวบ้าน บุกร้องศูนย์ดำรงธรรมฯพิจิตร ตรวจสอบมูลนิธิแห่งหนึ่ง อ้างส่อทุจริต-ยักยอกเงินบริจาค หลังไม่ส่งงบดุลนานกว่า 34 ปี
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดพิจิตร นายกิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร รับหนังสือร้องเรียนจาก นายพิษณุ บูรณกูล และชาวบ้านตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร ซึ่งได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิแห่งหนึ่ง อ้างว่ามีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต ละเลยการส่งรายงานงบดุลบัญชีนานนับสิบปี และไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินของมูลนิธิให้ถูกต้องตามกฎหมาย
สำหรับรายละเอียดในหนังสือร้องเรียนระบุประเด็นความผิดสำคัญ 3 ประการ ดังนี้
1. ละเลยการส่งงบการเงินและฝ่าฝืนกฎหมาย ผู้ถูกร้องเรียนละเลยไม่จัดทำและส่งรายงานงบดุลบัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำปี ให้แก่นายทะเบียนทราบติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 34 ปี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2535 จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติมูลนิธิ พ.ศ. 2550 รวมทั้งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 117 ส่งผลให้ไม่สามารถตรวจสอบทรัพย์สินและการใช้จ่ายเงินของมูลนิธิว่าตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ขาดความโปร่งใสเป็นอย่างมาก
2. พฤติการณ์ส่อยักยอกเงินบริจาค มีออกรับเงินบริจาคจากประชาชน แต่กลับไม่มีการนำเงินเข้าบัญชีของมูลนิธิอย่างถูกต้องตามขั้นตอน เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352-353 ฐานยักยอกทรัพย์ และมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ/ทุจริตต่อหน้าที่ และ
3. ไม่โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนสำคัญ ไม่ยอมดำเนินการโอนที่ดินซึ่งซื้อด้วยเงินของมูลนิธิ ตามหนังสือสัญญาซื้อขายลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2548 โดยปัจจุบันที่ดินดังกล่าวยังคงจดทะเบียนในชื่อของบุคคลอื่น ไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์เข้าเป็นชื่อของมูลนิธิตามวัตถุประสงค์
ด้าน นางบุบผา อดีตกรรมการมูลนิธิฯ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากนี้มูลนิธิ ยังมีการจัดงานเป็นประเพณีทุกปี แต่ไม่มีการแจ้งบัญชีรายรับรายจ่าย ทรัพย์สินต่าง ๆ ชาวบ้านจึงรวมรวมลายมือชื่อร้องทุกข์ยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร เพื่อดำเนินการจัดการให้การจัดตั้งมูลนิธิเป็นไปตามกฎระเบียบและข้อกฎหมายให้ถูกต้องเพื่อความคลายความเคลือบแคลงใจของชาวบ้านที่มามายาวนาน
ด้าน นายกิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวได้รับเรื่องปัญหาข้อร้องเรียนปัญหาในชุมชนจากชาวบ้านวังกลม ในเรื่องการบริหารจัดการมูลนิธิ ซึ่งได้เชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง มาเพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนและความเคลือบแคลงใจของชาวบ้านพร้อมกันนี้ได้มอบให้ฝ่ายปกครอง และ ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร รวบรวมข้อมูลทางราชการทั้งหมดที่มี เพื่อมาตรวจสอบดูข้อเท็จจริงว่าอันไหมจริงเท็จอย่างไร เพื่อให้มูลนิธิดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายต่อไปเพื่อความสบายใจของชาวบ้านด้วย
โอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตรได้รับเรื่องราวร้องเรียนดังกล่าวไว้พิจารณาเรียบร้อยแล้ว และเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงนายทะเบียนมูลนิธิประจำจังหวัด เพื่อเรียกตัวผู้ถูกร้องเรียนและคณะกรรมการมูลนิธิเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จะดำเนินการส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาวันนี้ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะตรวจสอบพิจารณาเป็นอย่างออื่น




