หน้าแรก ในประเทศ ลุงไรเดอร์วัย...

ลุงไรเดอร์วัย 61 ร้องถูกลูกค้าพม่าเบี้ยวค่าทางด่วน รุมต่อยจนสลบ ฟื้นอีกทีเป็นคนตาบอด

6.07.26 | 20:14 น.

ลุงไรเดอร์วัย 61 ร้องถูกแก๊งพม่าเบี้ยวค่าทางด่วน รุมต่อยจนสลบ ฟื้นอีกทีกลายเป็นคนตาบอด

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด หลังจากเกิดเหตุสะเทือนใจกรณี นายศุภชัย อายุ 61 ปี ไรเดอร์ขับรถยนต์รับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชัน ออกมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมหลังถูกกลุ่มผู้โดยสารชาวเมียนมา 5 คน รุมทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัสและสูญเสียการมองเห็นอย่างสิ้นเชิง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา แต่จนถึงปัจจุบันคดียังไม่มีความคืบหน้าในการจับกุมผู้กระทำความผิด

นายศุภชัย เล่าว่า ในวันเกิดเหตุได้เดินทางไปรับผู้โดยสารชาวเมียนมา 5 คนจากหมอชิต โดยมี 1 คนที่สื่อสารภาษาไทยได้ชัดเจน ระหว่างทางได้มีการตกลงกันว่าจะใช้เส้นทางด่วนซึ่งมีค่าบริการเพิ่ม 50 บาท แต่เมื่อเดินทางไปถึงจุดหมายบริเวณถนนราชาเทวะ จังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มผู้โดยสารกลับปฏิเสธที่จะจ่ายเงินค่าโดยสารรวมทั้งหมด 770 บาท โดยโต้เถียงว่าในแอปพลิเคชันระบุเพียง 720 บาท แม้ตนจะพยายามอธิบายว่าเป็นค่าทางด่วนที่เพิ่มเข้ามา แต่กลับถูกกลุ่มผู้โดยสารรุมทำร้ายอย่างทารุณจนหมดสติคาที่ และไม่ได้รับเงินค่าโดยสารเลยแม้แต่บาทเดียว

​หลังฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาล นายศุภชัย ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ระบุว่าได้เดินทางไปตรวจสอบยังโรงแรมที่พักของผู้ก่อเหตุและขอข้อมูลหนังสือเดินทางไว้แล้ว แต่เมื่อตนขอให้สืบหาข้อมูลเพิ่มเติมกลับพบว่าตำรวจแสดงท่าทีไม่พอใจ และหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลไปให้ปากคำ เจ้าหน้าที่กลับอ้างว่าไม่ทราบที่อยู่ของผู้ก่อเหตุ ทำให้เกิดความสับสนและตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่

ยิ่งไปกว่านั้นบาดแผลจากเหตุการณ์นี้ส่งผลให้ นายศุภชัย ตาขวาบอดสนิท 100 เปอร์เซ็นต์ มีอาการปวดศีรษะ เลือดกำเดาไหล และน้ำตาไหลตลอดเวลา จนไม่สามารถประกอบอาชีพขับรถหารายได้ได้อีกต่อไป ซ้ำร้ายรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ในที่เกิดเหตยังถูกเรียกเก็บค่าจอดอีกวันละ 100 บาทรวม 7 วัน และนาฬิกาข้อมือพังเสียหาย

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือพร้อมเปิดเผยอาการของนายศุภชัยว่ารุนแรงมาก มีทั้งเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง เบ้าตาขวาหัก และตาบอดถาวร โดยทางเพจสายไหมต้องรอดเตรียมประสานงาน และพานายศุภชัยเข้าพบผู้กำกับการสถานีตำรวจเจ้าของพื้นที่ด้วยตนเองเพื่อเร่งรัดคดี เนื่องจากเชื่อว่ามีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าโรงแรมอย่างแน่นอน พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งลากตัวกลุ่มต่างชาติที่ก่อเหตุอุกอาจพังชีวิตคนไทยด้วยเรื่องเงินเพียง 50 บาทมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

Advertisement