รอง ผบช.ภ.7 ประชุมเร่งไล่ล่าคนยิงหลานชายอดีตนายกฯ ยันเรื่องสถาบันเป็นเพียง 1 ใน 2 – 3 ประเด็นเป้าหมายเท่านั้น
จากเหตุการณ์คนร้ายอุกอาจ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดรัวยิงใส่ นายภาคภูมิ ขวัญเมือง อายุ 34 ปี เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม จนเสียชีวิต ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 6 กรกฎาคม พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 เดินทางมาเป็นประธานในการประชุมติดตามความคืบหน้าในคดีดังกล่าว ณ ห้องประชุม ศปก.สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยมี พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร, พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผู้บังคับการสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 7, พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.กระทุ่มแบน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง การประชุมจึงเสร็จสิ้นลง
พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 กล่าวว่า คดีนี้มีความคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว และยังมีแนวทางในการทำงานต่อ ส่วนประเด็นต่างๆ นั้น ก็ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงมากที่สุด ขณะที่ในประเด็นที่มีการนำเสนอข่าวว่าด้วยเรื่องของสถาบันนั้น ก็เป็นหนึ่งในแนวทางการสืบสวน แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นอื่น ๆ เพราะยังคงเชื่อว่าสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัวของผู้เสียชีวิต อีกทั้งรูปแบบของผู้ก่อเหตุก็มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี
ซึ่งทั้งหมดนั้นขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างเต็มที่และแข่งกับเวลาที่จำกัด โดยเรื่องของสถาบันเป็นเพียง 1 ใน 2 – 3 ประเด็นที่ตั้งไว้เท่านั้น ยังคงต้องสืบสวนควบคู่ไปกับประเด็นอื่นๆ ด้วย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะจะมีผลต่อรูปคดีและการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พล.ต.ต.ชมชวิณ ยังบอกอีกว่า สำหรับเรื่องที่ก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ว่า มีคนแปลกหน้ามาวนเวียนนั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบค้นหาสาเหตุของประเด็นดังกล่าว โดยมีข้อมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยทุกประเด็นที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงทั้งหมด แล้วถึงวิเคราะห์ว่า ประเด็นใดที่ไม่ใช่ก็ตัดทิ้งไป อีกทั้งยังได้มีการจัดตั้งวอร์รูม (War Room) เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีทุกวัน

