ขยายผลค้าไม้สักเถื่อนข้ามชาติ หลัง อุทยานฯ สนธิกำลัง บก.ปทส. สกัดจับรถบรรทุกไม้เถื่อนพรางตะกร้าผลไม้ พลิกคว่ำกลางถนน
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินหน้าปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้อย่างเข้มงวด ล่าสุดสนธิกำลังร่วม บก.ปทส. ตรวจยึดไม้สักแปรรูปจำนวนมาก ซุกซ่อนอำพรางมาในรถกระบะก่อนเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์(สบอ.) ที่ 14 เปิดเผย ว่า ตามที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สนธิกำลังร่วม บก.ปทส. ตรวจยึดไม้สักแปรรูปจำนวนมาก ซุกซ่อนอำพรางมาในรถกระบะก่อนเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ได้สั่งการให้คณะเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สายตรวจปราบปรามสายที่ 3 สบอ.14, อุทยานแห่งชาติรามคำแหง, หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สปป.3 (ภาคเหนือ) ร่วมกับ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สท.3 (ลานหอย), เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเก่า เข้าตรวจสอบเหตุรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ยท 2814 เชียงใหม่ พลิกคว่ำบริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 สี่แยกวังกระจาย ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย
นายพนัชกร กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า ภายหลังเกิดอุบัติเหตุจนคอกเหล็กหลุดออกจากตัวรถ ทำให้พบไม้สักแปรรูปจำนวนมากที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ตะกร้าผลไม้เปล่าเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ และใช้ผ้าใบคลุมทับอีกชั้นหนึ่ง ส่วนผู้ขับขี่ได้อาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีไป เบื้องต้นจากการตรวจสอบทะเบียนรถพบว่าเจ้าของรถมีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่
คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจยึดและวัดขนาดไม้สักแปรรูปดังกล่าว พบว่าเป็นไม้สักแปรรูปจำนวน 148 เหลี่ยม ปริมาตร 4.44 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งตรวจสอบพบร่องรอยการแปรรูปด้วยเลื่อยโซ่ยนต์ ไม่ได้ผ่านการแปรรูปจากสิ่งปลูกสร้างเก่าแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจยึดไม้ของกลาง พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำผิด และรถยนต์กระบะคันดังกล่าว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเก่า เพื่อเร่งสืบสวนสอบสวนติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายพนัชกร กล่าวว่า ทั้งนี้ จากข้อมูลการสืบสวนหาข่าวเชิงลึก พบว่าขบวนการดังกล่าวมีพฤติการณ์ลักลอบขนย้ายไม้สักแปรรูปจากต้นทาง จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีปลายทางที่ จ.หนองคาย เพื่อเตรียมลักลอบส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลติดตามเครือข่ายนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อทลายวงจรการทำลายทรัพยากรป่าไม้อย่างถึงที่สุด





