กทม.เตรียมรุกตรวจสอบ ‘ตึกเก่าปีลึก 90+’ 435 หลังคาเรือน คาดแล้วเสร็จใน 1 เดือน – หลังถอดบทเรียน ‘กันสาดของอาคารทรุดตัว’ ลุยสแกนเช็กทั่วกรุงเทพฯ ทำฐานข้อมูล
สืบเนื่องกรณี กันสาดของอาคารทรุดตัว ใกล้เคียงวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถนนเจริญกรุง กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิต 1 ราย เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา นั้น
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุกันสาดตึกแถวถล่ม มาตรการตรวจสอบความปลอดภัยอาคารตึกแถวของกรุงเทพมหานคร ดังนี้
1. สรุปเหตุการณ์กันสาดอาคารตึกแถวถล่มใกล้วัดไตรมิตรฯ ทรุดตัวหล่นทับประชาชน
เมื่อวันที่ 20 มิถนายน 2569 เวลา 16.52 น. เกิดเผ่นคอนคอนกรีตบริเวณกันสาดชั้น 2 ของอาคารตึกแถวเก่าใกล้วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ พังถล่มลงมาทับประชาชมที่สัญจจจะอยู่ด้านล่าง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ผู้ใด้รับบาดเจ็บและรถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณใต้อาคารได้รับความเสียหาย
ภายหลังเกิดเหตุ กรุงเทพมหานครใต้เข้าดำเนินการระงับเหตุในพื้นที่ทันที โดยเก็บซากวัสดุที่ฟังถล่ม กั้นพื้นที่เพื่อป้องกันอันตรายแก่ประชาชนและผู้พักอาศัย รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารที่เกิดเหตุและอาคารข้างเคียง
โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อาคารดังกล่าวมีอายุการใช้งานประมาณ 100 ปี เป็นอาคารก่อสร้างระบบกำแพงก่ออิฐรับแรง (Bearing Wall) ซึ่งเป็นรูปแบบโครงสร้างตั้งเดิม โดยสันนิษฐานว่าสาเหตุเกิดจากคอนกรีตเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ประกอบกับขาดการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ จึงได้ออกคำสั่งให้บรรเทาเหตุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือท้ามใช้อาคาร (แบบ ค.11) ครอบคลุมอาคารที่เกิดเหตุและอาคารข้างเคียง ได้แก่ ตึกแถว 2 ชั้น จำนวน 5 คูหา และตึกแถว 2 ชั้น จำนวน 8 คูหา
นอกจากนี้ สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ยังได้มีหนังสือแจ้งเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารที่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานต่างๆ ให้จัดหาผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร อาทิ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และกรมธนารักษ์ เป็นต้น
2. มาตรการตรวจสอบและเฝ้าระวังความปลอดภัยอาคารตึกแถวในกรุงเทพมหานคร
2.1 จัดทำฐานข้อมูลและกำหนดแผนการตรวจสอบตามอายุอาคาร
กรุงเทพมหานคร นำข้อมูลจำนวนและอายุของอาคารตึกแถวจากฐานข้อมูลกลาง มาจัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศแผนที่ตำแหน่งอาคารตึกแถวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อใช้วางแผนการตรวจสอบและเฝ้าระวังเชิงรุก โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1 อาคารตึกแถวที่ก่อสร้างก่อนพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2479 (อายุประมาณ 91 ปีขึ้นไป) ซึ่งเป็นอาคารที่ก่อสร้างก่อนมีกฎหมายควบคุมอาคาร จึงกำหนดให้เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องใด้รับการตรวจสอบเป็นลำดับแรก มีจำนวนประมาณ 435 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เขตพระนคร เขตสัมพันธวงศ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตบางรัก คาดว่าจะทำเนินการตรวจสอบแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน
ระยะที่ 2 อาหารตึกแถวที่ก่อสร้างในช่วงพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2479-2522 (ประมาณ 51-90 ปี) ซึ่งเป็นช่วงที่กฎหมายอนุญาตให้ก่อสร้างกันสาดยื่นล้ำที่สาธารณะได้ จึงเป็นกลุ่มอาคาหารที่ต้องเฝ้าระวังด้านความมั่นคงแข็งแรง ส่วนกันสาดและองค์ประกอบอาคาร มีจำนวนประมาณ 65,000 ราย กระจายอยู่ในพื้นที่เขตพระนคร เขตราชเทวี เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตปทุนวัน เขตธนบุรี และเขตคลองสาน คาดว่าจะดำเนินการตรวจสอบแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
ระยะที่ 3 อาคารตึกแถวที่ก่อสร้างกายหลังพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมอาคารฉบับปัจจุบัน และกระจายอยู่ในทุกพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร จะดำเนินการตรวจสอบตามแผนงานอย่างต่อเนื่อง
2.2 การตรวจสอบอาคารตามกฎหมายควบคุมอาคาร
การตรวจสอบอาคารที่อาจเป็นภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน ดำเนินการตาม กฎกระทรวงการแก้ไขอาคารที่มีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน หรืออาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ พ.ศ.2563
โดยผู้อำนวยการเขตในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะดำเนินการแต่งตั้งนายช่างหรือคณะทำงานเข้าตรวจสอบสภาพอาคาคาร และจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงของอาคาร ดังนี้
ระดับสีเขียว : อาคารหรือส่วนประกอบอาคารอยู่ในสภาพปกติ หรือมีความเสียหายเพียงเล็กน้อย ไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรง และสามารถใช้งานได้ตามปกติ
ระดับสีเหลือง : พบความเสียหายระดับปานกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย จำเป็นต้องให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเพิ่มเติม และดำเนินการช่อมแชมภายในระยะเวลาที่กำหนด
ระดับสีแดง : พบความเสียหายรุนแรง มีความเสี่ยงต่อการพังถล่มหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชน จำเป็นต้องปิดกั้นพื้นที่ ห้ามใช้อาคารหรือบริเวณที่มีความเสี่ยง และเร่งดำเนินการแก้ไขหรือรื้อถอนโดยเร่งด่วน
ภายหลังการตรวจสอบ กรุงเทพมหานคร จะจัดทำรายงานผลการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูลสารสนเทศ เพื่อใช้ติดตามการปรับปรุง แก้ไข หรือรื้อถอนอาคารอย่างต่อเนื่อง โดยผลการตรวจสอบจะใช้เป็นข้อมูลประกอบการดำเนินการตารตามกฎหมายควบคุมอาคารตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคริ ได้รับความร่วมมือจาก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ในการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมร่วมตรวจสอบและประเมินความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร
3. แนวทางการให้คำแนะนำแก่เจ้าของและผู้ใช้อาคาร
กรุงเทพมหานคร ประชาสัมพันธ์และให้คำแนะนำแก่เจ้าของหรือผู้ใช้อาคารในการตรวจสอบ บำรุงรักษา และติดตามสภาพอาคาร ชิ้นส่วนหรือองค์ประกอบของอาคารอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะ กันสาด คาน โครงสร้างรองรับ และองค์ประกอบภายนอกอาคาร ซึ่งอาจเสื่อมสภาพจากอายุการใช้งานและสภาพอากาศ หากพบความผิดปกติ ควรเร่งดำเนินการซ่อมแชมหรือปรับปรุงโดยเร็ว เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดอันตรายต่อประชาชน
นอกจากนี้ หากประชาชนพบอาคารเก่าหรือส่วนประกอบของอาคารที่อาจอยู่ในสภาพเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน สามารถแจ้งข้อมูลผ่านระบบ Traffy Fondue หรือเข้ารับคำปรึกษาที่ ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




