ช็อก ‘สงขลา-นครศรีฯ’ ส่อโกงเกิน70% กระดาษคำตอบพิรุธอื้อ

11.07.26 | 06:30 น.

ช็อก ‘สงขลา-นครศรีฯ’ ส่อโกงเกิน70% กระดาษคำตอบพิรุธอื้อ ‘เชียงใหม่-พิษณุโลก’ ปกติ ‘ภคมน’ จี้ ‘วรศิษฎ์’ ถอนตัวพ้นกระบวนการสางทุจริต

 

ความคืบหน้าคดีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้เป็นคดีพิเศษ เนื่องจากมีผู้ถูกกล่าวหารวมกว่า 6,014 คน และยังคงอยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้ยังไม่มีการชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหารายใด

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เปิดเผยรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบผลคะแนนสรรหาและบรรจุแต่งตั้งพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งล่าสุดกระบวนการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วครบ 100% โดนยอดผู้รายงานตัวเข้ารับการบรรจุทั้งสิ้น 14,988 ราย จากยอดเรียกบรรจุทั้งหมด 15,520 ราย และไม่ไปรายงานตัว 532 ราย พบว่า มีผู้ผ่านเกณฑ์ในกลุ่มคะแนนปกติ 9,217 ราย ร้อยละ 61.50 ขณะที่ ตรวจพบกลุ่มที่มีข้อผิดปกติสูงถึง 5,372 ราย ร้อยละ 35.84 และยังมีกลุ่มที่อยู่ระหว่างชะลอเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 399 ราย ร้อยละ 2.66

จากการเจาะลึกข้อมูลในกลุ่มที่มีความผิดปกติรวม 5,372 ราย สามารถจำแนกปมปัญหาในระบบประมวลผลคะแนนออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ กลุ่มความผิดปกติทั่วไปในระบบ มีจำนวนสูงสุดถึง 3,044 ราย ร้อยละ 20.31 กลุ่มคะแนนคลาดเคลื่อน (เพิ่ม 1 คะแนน) ตรวจพบกรณีที่คะแนนในกระดาษคำตอบจริงน้อยกว่าข้อมูลฐานข้อมูลในระบบ Excel 1,522 ราย ร้อยละ 10.15 กลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ พบผู้เข้ารับการตรวจที่ได้คะแนนภาค ค น้อยกว่าร้อยละ 60 หรือมีคะแนนวิชาภาษาอังกฤษน้อยกว่า 10 คะแนน 806 ราย ร้อยละ 5.38

สำหรับกลุ่มที่ยังอยู่ระหว่าง “รอการตรวจสอบ” อีก 399 ราย นั้น เกิดจากปัญหาด้านเทคนิคและเอกสาร แบ่งเป็น กรณีไฟล์ภาพไม่ชัดเจน 133 ราย, ไม่มีไฟล์ภาพในระบบ 27 ราย และ ไม่มีรายชื่อปรากฏในระบบ Excel 205 ราย รวมถึงสาเหตุอื่นๆ อีก 34 ราย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งสอบทานเอกสารต้นฉบับเพื่อหาข้อสรุปที่แน่ชัด

Advertisement

ทั้งนี้ เมื่อจำแนกตามรายศูนย์สอบทั่วประเทศทั้ง 10 แห่ง พบว่า ศูนย์สอบที่มีความโปร่งใสและมีสัดส่วนคะแนนปกติสูงที่สุดคือ ศูนย์สอบภาคเหนือ 1 (เชียงใหม่) มีอัตราความปกติสูงถึงร้อยละ 79.15 รองลงมา ศูนย์สอบภาคเหนือ 2 (พิษณุโลก) ร้อยละ 72.90 ขณะที่ ศูนย์สอบที่พบอัตราส่วนความผิดปกติพุ่งสูงที่สุดจนน่ากังวล คือ ศูนย์สอบภาคใต้ 2 (สงขลา) อัตราความผิดปกติสูงถึงร้อยละ 75.96 (พบข้อผิดปกติ 477 ราย จากผู้ตรวจทั้งหมด 628 ราย) และ ศูนย์สอบภาคใต้ 1 (นครศรีธรรมราช) อัตราความผิดปกติร้อยละ 74.09 โดยศูนย์สอบภาคใต้ 1 ยังเป็นพื้นที่ที่ตรวจพบผู้ได้คะแนนภาค ค หรือภาษาอังกฤษไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำสูงที่สุดในประเทศอีกด้วย (จำนวน 691 ราย) โดย สถ. ยืนยันว่า จะดำเนินกระบวนการตรวจสอบเอกสารและสมุดคำตอบฉบับจริงอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อรักษาผลประโยชน์และสร้างความเชื่อมั่นในระบบราชการส่วนท้องถิ่นอย่างสูงสุดต่อไป

ด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ระบบบัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีคดีทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่ปรากฎรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาคือ นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สตูล ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ว่า หวังว่านายวรศิษฎ์คงจะไม่ปฏิเสธว่า ไม่รู้จัก ไม่สนิทกับลุง แม้วันนี้ต้องให้ความเป็นธรรมว่า ผู้ถูกกล่าวหาในทางกฎหมายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงกับ ป.ป.ช. ได้ตามกระบวนการ

“แต่สังคมจะเชื่อหรือไม่ว่า คนที่เป็นหลาน มีหน้าที่รับผิดชอบ สถ.ที่ออกหน้าแถลงข่าวกับสาธารณะว่า การสอบทุจริตเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ จะต้องสาวให้ถึงตอ จะต้องขุดให้ถึงราก แต่วันนี้คนที่ถูกกล่าวหาคือ คนใกล้ตัวมากๆ เขาคือ พี่ชายของบิดา มีศักดิ์เป็นลุง สังคมจะเชื่อหรือไม่ว่า วันนี้นายวรศิษฎ์จะขุดให้ถึงตอจริงๆ” น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวต่อไปว่า เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างยุติธรรม จึงเรียกร้องให้นายวรศิษฎ์ถอนตัวออกจากกระบวนการตรวจสอบทุจริตการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น เพราะตอนนี้สังคมกำลังตั้งคำถาม นำไปสู่การไม่เชื่อถือ และหากยังอยู่ในหน้าที่ต่อไป การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งหน้า ตำแหน่งของนายวรศิษฎ์อาจไม่มั่นคง

“ต่อให้ท่านบอกว่าปิดชื่อและถือความผิดเป็นที่ตั้ง อย่าลืมว่าปิดชื่อ นามสกุลยังโผล่ ประชาชนเขาไม่เชื่อ ว่าท่านจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ประชาชนเขาไม่เชื่อว่าท่านจะไม่เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ประชาชนเขาไม่เชื่อว่าท่านมีเจตนาที่จะขุดให้เจอตอ สาวให้ถึงรากจริงๆ เพราะสุดท้ายก็เหมือนที่ดิฉันบอกว่า ต่อให้เจอตอก็เป็นรากเดียวกัน” น.ส.ภคมน กล่าวและว่า นายวรศิษฎ์ควรแสดงสปิริตถอนตัว เพราะไม่มีความชอบธรรม เนื่องจากมีคนใกล้ตัวเป็นผู้ถูกกล่าวหา เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจเกี่ยวกับการทุจริตสอบในครั้งนี้