ชัชชาติ ตรวจถนนทรุด เตรียมรื้อสะพานลอย อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง ยังเฝ้าระวัง 24 ชม.
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 11 กรกฎาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วิ่งออกกำลังกายจากย่านทองหล่อมายังบริเวณวงเวียนใหญ่ ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร เพื่อติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขเหตุถนนทรุดและน้ำรั่วซึมบริเวณถนนประชาธิปกอย่างใกล้ชิด
นายชัชชาติกล่าวว่า เช้าวันนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการยกสะพานลอยคนข้ามออก เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการซ่อมแซมและติดตั้งอุปกรณ์อัดฉีดวัสดุเสริมความแข็งแรงของชั้นดิน (Grouting) โดยการรื้อถอนดังกล่าวยังช่วยลดน้ำหนักที่กดทับบริเวณพื้นที่ทรุดตัว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการปฏิบัติงาน
นายชัชชาติกล่าวด้วยว่า สถานการณ์ล่าสุดยังอยู่ในภาวะทรงตัว โดยฝนที่ตกลงมาไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ เนื่องจากน้ำที่พบเป็นน้ำใต้ดินที่รั่วซึมจากด้านล่าง ไม่ใช่น้ำผิวดินจากด้านบน

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครยังคงกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังในรัศมี 30 เมตร พร้อมเตรียมแผนอพยพรองรับหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง และจัดตั้งศูนย์อำนวยการในพื้นที่เพื่อดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด
ในส่วนของการจราจร ยังคงปิดการจราจรถนนประชาธิปก ตั้งแต่วงเวียนใหญ่ถึงแยกบ้านแขก พร้อมแนะนำให้ประชาชนใช้เส้นทางถนนอิสรภาพ ถนนลาดหญ้า หรือถนนสมเด็จเจ้าพระยาแทน โดยแม้จะมีการปิดพื้นที่ก่อสร้าง แต่ประชาชนในบริเวณโดยรอบยังสามารถสัญจรในพื้นที่ใกล้เคียงได้ตามปกติ โดย กทม.ยังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งการเฝ้าระวังการทรุดตัวของพื้นที่ การตรวจสอบอาคาร และการดูแลความปลอดภัยของประชาชน พร้อมเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

ด้าน ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลในช่วงเช้าวันนี้ (11 ก.ค.69) อาคารโดยรอบยังไม่พบการทรุดตัวเพิ่มเติม ขณะที่ข้อมูลจากเครื่องมือตรวจวัดยืนยันว่าพื้นที่ยังอยู่ในภาวะทรงตัว แม้อาจมีรอยร้าวบนผิวถนนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักรที่ใช้ในการซ่อมแซม
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการอัดฉีดซีเมนต์และสารเคมีลงในชั้นดินที่ระดับความลึกประมาณ 31-37 เมตร เพื่อเสริมความแข็งแรงของดินและปิดช่องว่างใต้แนวอุโมงค์ พร้อมติดตั้งเครื่องวัดการเอียง (Inclinometer) เชื่อมต่อระบบติดตามผลแบบเรียลไทม์ เพื่อเฝ้าระวังการเคลื่อนตัวของอาคารและพื้นที่โดยรอบตลอด 24 ชั่วโมง

นายชัชชาติกล่าวว่า กรณีแตกต่างจากวชิระ เพราะว่าที่วชิระมีรูให้น้ำลงไปแล้ว ถ้าฝนตกมีปัญหาไหลไปเติม แต่นี่ไม่มีรูจากด้านบน เป็นจากด้านล่าง ฝนตกก็ไหลลงท่อ ไม่ได้กังวลมาก หากตกหนักก็ต้องมอนิเตอร์อีก
“เป็นหน้าที่ ไม่ว่าผู้ว่าคนไหนก็ต้องมาดูแลประชาชน พร้อมรับทุกสถานการณ์ ปภ.ก็เข้มแข็ง ทุกคนอยู่กันพร้อม ไม่มีอะไร เป็นหน้าที่ ถ้าทำเรื่องปกติ ไม่ทำแปลก ให้กำลังใจทีมงาน”

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า เรามีคนอยู่อพาร์ตเมนต์ข้างหลัง 141 คน น่าจะย้ายไปเยอะแล้ว มีบางคนหาไม่เจอ บางคนก็อยู่ในที่ ก็ดูสถานการณ์ ถ้าอันตรายก็ต้องสั่งให้ออก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อจากนั้น นายชัชชาติ ได้พาไปดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เช่น ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน และการติดตั้งเซ็นเซอร์ที่อาคาร
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 06.00 น. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานผลการปฏิบัติของทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมืองแห่งชาติ USAR Thailand ผลตรวจการเลื่อนของตัวอาคาร ค่าที่วัดผลได้ยังคงเดิม (8.3) และเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) จึงประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา สนับสนุนเซ็นเซอร์วัดระดับ จำนวน 11 ตัว นํามาติดตั้งเพิ่มเติมโดยรอบอาคารที่ทรุดตัวและอาคารข้างเคียง จำนวน 9 ตำแหน่ง เพื่อวัดความลาดเอียง ซึ่งจะทำให้ได้ผลการวัดที่ละเอียดแม่นยำขึ้น
ส่วนการเคลื่อนย้ายคอนกรีตสะพานลอยออกจากตำแหน่งเดิม ผู้รับเหมาได้ทำการยกเคลื่อนย้ายสะพานลอยท่อนที่ 1 แล้วเสร็จเวลาเมื่อ 04.30 น. และได้ยกเคลื่อนย้ายสะพานลอย ท่อนที่ 2 ต่อเนื่อง ขณะนี้สามารถยกสะพานทั้งสองท่อนได้เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในพื้นที่มีฝนตกเล็กน้อย แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่





