รวบ 2 นักวิ่งราวก่อเหตุซ้อน พลเมืองดีร่วมชาวบ้านไล่จับส่งตร.

13.06.17 | 13:24 น.

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่ สน.บางขุนเทียน พ.ต.อ.ญาณพงศ์ โสมาภา รอง ผบก.น.9 พร้อม พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น.9 และ พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.สน.บางขุนเทียน ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายไชยรัตน์ หรือ “ฮาน” ธนภาณุสีวิทย์ อายุ 29 ปี และนายไนซ์ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี พร้อมของกลาง กระเป๋าถือสุภาพสตรี สีดำ 1 ใบ สนับมือ 1 อัน และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดงดำ ทะเบียน 3กย 2789 กรุงเทพมหานคร โดยจับกุมตัวได้หลังก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์และชิงทรัพย์ผู้เสียหาย 2 รายซ้อน บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กทม.

พ.ต.อ.ญาณพงศ์เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 07.00 น. นายไชยรัตน์ขี่จักรยานยนต์พานายไนซ์ซ้อนท้ายมาจากบ้านพักย่านถนนเจริญกรุง มุ่งหน้ามาดักก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์เหยื่อบริเวณสถานีรถไฟฟ้าวุฒากาศ กระทั่งพบ น.ส.รุ่งทิพย์ จิรชัยศรี อายุ 29 ปี พนักงานธนาคารธนชาต สาขาสำนักงานใหญ่ ปรี่เข้าไปกระชากกระเป๋าของ น.ส.รุ่งทิพย์ ภายในมีเงินสดจำนวนหนึ่งและโทรศัพท์มือถือ ก่อนพากันเร่งเครื่องหลบหนีไปทางถนนกัลปพฤกษ์ ช่วงนั้นมีคนขี่จักรยานยนต์รับจ้างหนุ่มพลเมืองดีชื่อ นายวัฒนา สายประพันธ์ อายุ 32 ปี ขี่รถผ่านมาเห็นพอดี จึงอาสารับ น.ส.รุ่งทิพย์ซ้อนท้ายเร่งเครื่องพาไล่ตามคนร้ายไปแบบติดๆ

“เมื่อพลเมืองดีพาผู้เสียหายซ้อนจักรยานยนต์ตามไปถึงหน้าปั๊ม ปตท.สาขากัลปพฤกษ์ฝั่งขาออก พบว่าคนร้ายทั้ง 2 ราย กำลังจอดรถแวะก่อเหตุชิงทรัพย์เหยื่ออีก 1 ราย ชื่อ นายศิริพงษ์ ผลาผล อายุ 22 ปี อาชีพ รปภ. ซึ่งนายศิริพงษ์ เหยื่อรายนี้กำลังขี่จักรยานยนต์ไปทำงาน และมีกระเป๋าเป้สะพายติดตัวมาด้วย 1 ใบ เมื่อเหยื่อพยายามต่อสู้จึงถูกนายไนซ์ สวมสนับมือที่เตรียมไว้เป็นอาวุธชกต่อยใส่ใบหน้าหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บใบหน้าบวมปูด เมื่อเห็นดังนั้น นายวัฒนา หนุ่มพลเมืองดี และผู้เสียหายทั้ง 2 ราย จึงช่วยกันตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่ขับขี่ยานพาหนะผ่านไปมา จนทุกฝ่ายร่วมมือกันจับกุมคนร้ายทั้ง 2 รายนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียนได้ในที่สุด” พ.ต.อ.ญาณพงศ์กล่าว

จากการสอบสวน นายไชยรัตน์ยอมรับว่า เคยถูกตำรวจ สน.วัดพระยาไกร จับข้อหาดมสารระเหย เมื่อปี พ.ศ.2555 ปัจจุบันไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่งแต่มีภาระต้องส่งเสียเลี้ยงดูลูกชายวัย 7 ขวบ กับลูกสาววัย 6 ขวบ ที่กำลังเรียนหนังสือกันทั้งคู่ จึงชักชวนนายไนซ์ให้ขอยืมจักรยานยนต์ของแม่นายไนซ์ พากันออกมาตระเวนก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์หาเงินประทังชีวิต เนื่องจาก นายไนซ์ก็ไม่ได้เรียนหนังสือและไม่ได้ทำงานอะไรจึงต้องการใช้เงินเช่นกัน โดยขอยืนยันว่าทั้ง 2 คนนั้นไม่ได้เสพยา และเพิ่งวางแผนก่อเหตุกันเป็นครั้งแรก ที่เลือกย่านสถานีรถไฟฟ้าวุฒากาศและถนนกัลปพฤกษ์เพราะเส้นทางเอื้อต่อการหลบหนี ส่วนที่ต้องทำร้ายนายศิริพงษ์ก็เพราะผู้เสียหายฮึดสู้จึงต้องทำเพื่อป้องกันตัว

ด้าน พ.ต.อ.ลือศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การผู้ต้องหามากนัก หลังจากนี้จะประสานโรงพักอื่นๆ ข้างเคียง เพื่อหาเบาะแสว่าเคยมีคนร้ายใช้ยานพาหนะแบบเดียวกันก่อเหตุชิงทรัพย์หรือวิ่งราวทรัพย์ผู้เสียหายรายอื่นๆ มาบ้างหรือไม่ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการหลบหนี และร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธและทำร้ายเจ้าทรัพย์แก่ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ก่อนคุมตัวส่ง พนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Advertisement