‘วิรัช’ หาเสียง ลั่น โหวตเลือกเบอร์ 2 นั่ง ‘ประธานสภากทม.’ ‘ผมไม่มีวิสัยทัศน์’ แต่มั่นใจ ‘เป็นหัวหน้าห้องที่ดี
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม เวลาประมาณ 08.55 น. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสภากรุงเทพมหานครครั้งแรก โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวิศณุ ทรัพย์สมพล น.ส.ทวิดา กมลเวชช นายศานนท์ หวังสร้างบุญ นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) คณะผู้บริหาร ผู้อำนวยการเขต 50 เขต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดการประชุมสภากรุงเทพมหานครครั้งแรก หนึ่งในไฮไลต์สำคัญได้แก่ ระเบียบวาระที่ 4 ‘เลือกประธานสภากรุงเทพมหานคร’ ซึ่งจะเข้ามาทำหน้าที่ควบคุมทิศทางสภาและขับเคลื่อนการพัฒนาเมือง
โดยก่อนหน้านี้ พรรคประชาชน (ปชน.) กลุ่มคนทำงาน และกลุ่ม Better Bangkok ประกาศจับมือรวมได้ 37 เสียง เสนอชื่อ น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย หรือ เนอส ส.ก.เขตบางซื่อ พรรคประชาชน ชิงประธานสภา กทม. ส่วนตำแหน่ง ‘รองประธานสภา กทม. 2 คน’ เตรียมเสนอ นายเนติภูมิ มุ่งรุจิราลัย ส.ก.เขตบึงกุ่ม นั่งประธานสภา กทม.คนที่ 1 และ นายนริสสร แสงแก้ว ส.ก.เขตบางเขน นั่งประธานสภา กทม.คนที่ 2

บรรยากาศในห้องประชุมเป็นไปอย่างไม่ราบรื่น เนื่องจากมีการเสนอผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานสภากทม. เพิ่มอีก 1 คน ได้แก่ นายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ โดย นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้เสนอชื่อ
นายวิรัชกล่าวว่า เมื่อคืนไม่รู้ว่าฝันดีหรือฝันร้าย ในเมื่อสมาชิกบางท่านเห็นว่าตนน่าจะมีความเหมาะสม และไม่ได้มีการเตรียมการใดๆ ทั้งสิ้น แต่มองจากประสบการณ์และความคิดของตนเอง
“การทำหน้าที่ ประธานสภากรุงเทพมหานครนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก น้องที่เข้ามาใหม่ อ่านข้อบังคับการประชุมแล้วเข้าใจ ก็เป็นได้” นายวิรัชกล่าว

นายวิรัชกล่าวต่ออีกว่า ตนพูดมาตลอดว่ากรุงเทพมหานคร มีเฟืองอยู่ 3 เฟือง โดยเฟืองแรก คือ ฝ่ายบริหาร เฟืองที่ 2 คือ ข้าราชการ เฟืองที่ 3 คือ สภากทม. แต่ละเฟืองจะมีแกนประโยชน์ที่แกนรวม ถ้าเฟืองนั้นหมุนไปได้อย่างสมดุล นั่นคือประชาชน จะได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่ สิ่งนี้คือมุมมองของตน
“ผมและน้องๆ 49 คน หรือ เพื่อนๆ เป็นหนึ่งในฟันเฟือง 50 ฟันเฟือง จะทำอย่างไรก็แล้วแต่ ให้แกน 50 ฝันเฟืองของเราหันไปพร้อมๆ กับฟันเฟืองของฝ่ายบริหารและข้าราชการ ผมไม่มีวิสัยทัศน์” นายวิรัชกล่าว
นายวิรัชกล่าวต่อว่า ตนคิดมาตลอดว่าถ้าเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะเป็น ประธานสภากทม. หรือแม้แต่ หัวหน้าห้อง คิดเสมอว่า ตนทำได้ดีกว่าคนอื่น แต่ตนยอมรับว่ายังมีคนอื่นๆ อีกที่ทำดีกว่า
พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า “เลือกวิรัช เบอร์ 2”


