หน้าแรก ในประเทศ เนอส ลั่น &#8...

เนอส ลั่น ‘คงต้องบู๊กันไป’ ผลักดันสภากทม.‘ไลฟ์สด’ แว่วปีนี้งบฯ เพิ่มหลายพันล้าน

13.07.26 | 14:58 น.

‘ส.ก.เนอส’ ลั่น ‘คงต้องบู๊กันไป’ ปักธง สภากทม.โปร่งใส ผลักดันให้ ‘ไลฟ์สด’ แว่วงบปีนี้เพิ่มขึ้นหลายพันล้าน – เดินหน้า ‘บริหารความสัมพันธ์’ เชื่อมือ รองประธานฯ ประสานงานเพื่อน ส.ก.ได้ดี

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม เวลาประมาณ 08.55 น. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสภากรุงเทพมหานครครั้งแรก โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวิศณุ ทรัพย์สมพล น.ส.ทวิดา กมลเวชช นายศานนท์ หวังสร้างบุญ นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) คณะผู้บริหาร ผู้อำนวยการเขต 50 เขต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนึ่งในไฮไลต์สำคัญได้แก่ ระเบียบวาระที่ 4 ‘เลือกประธานสภากรุงเทพมหานคร’โดยผลการลงมติปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากเลือก น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.เขตบางซื่อ พรรคประชาชน ดำรงตำแหน่งประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 26 ด้วยคะแนนเสียง 39 เสียง และ นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย ส.ก. เขตบึงกุ่ม เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 1 และนายนริสสร แสงแก้ว สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ส.ก. เขตบางเขน เป็นรองประธานสภาฯคนที่ 2

ต่อมาเวลาประมาณ 12.18 น. หลังจบการประชุมสภากรุงเทพมหานคร น.ส.ภัทราภรณ์ และรองประธานสภากทม. ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

Advertisement

โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า วาระหลังจากนี้จะขับเคลื่อนอย่างไร ?

น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวว่า จากที่ได้แถลงไปก่อนที่จะได้มีการโหวตในวันนี้ ตัววาระที่จะขับเคลื่อน คือเรื่อง ‘สภาฯโปร่งใส และสภาฯ ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งมีทั้งหมด 4 ประเด็น

“เดทไลน์ ของพวกเรา ที่ได้แถลงไปในวันนั้นคือ เดือนธันวาคม 2569 แต่ในวาระของการพิจารณางบประมาณที่กำลังจะมาถึงในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ทางดิฉันเองพยายามที่จะผลักดันกับเพื่อนสมาชิก ให้มีการ ‘ไลฟ์สด’ ในการประชุมพิจารณางบประมาณในครั้งนี้ให้ได้ น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าว

ในส่วนการทำงานร่วมกับ รองประธานสภากทม. ทั้ง 2 ท่าน ที่มาจากคนละที่ คิดว่าจะทํางานได้อย่างราบรื่นหรือไม่ มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างไรบ้าง ?

น.ส.ภัทราภรณ์เผยว่า การแบ่งงานมีการพูดคุยกันคร่าวๆ แต่คาดว่าไม่มีปัญหา สามารถทำงานร่วมกันได้

ในส่วนของคณะกรรมการสามัญ ประจำสภาฯ น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวว่า ยังมีการพูดคุยกัน คาดว่าไม่เกิน 1-2 วันจะเรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในฐานะที่เป็นประธานสภาหญิงคนแรกของ กทม. มีหลายเรื่องที่ซับซ้อน มีปัญหามานาน คิดว่าจะทําอย่างไรให้เจาะเข้าไปในปัญหานี้ได้ หรือมีความกดดันมากน้อยเพียงใด ?

น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวว่า ประเด็นของการเป็นผู้หญิงหรือไม่ ไม่ได้มีผลอะไรกับเรื่องความสามารถ คิดว่าสามารถทําได้

ตรงนี้คิดว่าต้องใช้ความร่วมมือระหว่างเพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่ทั้งสภาฯ ในการที่จะขับเคลื่อนวาระต่างๆ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถผลักดัน สภากทม. ที่โปร่งใสได้

คิดว่าไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นประธานสภาฯ ก็จะมีความกดดัน หรือต่อให้เป็นท่านรองฯ ทั้ง 2 ท่าน ก็น่าจะมีความกดดันเช่นเดียวกัน คงต้องบู๊กันไป” น.ส.ภัทราภรณ์กล่าว และว่า ในส่วนของตำแหน่งโฆษกในสภาจะมีการพูดคุยกันต่อไป ตอนนี้ยังไม่ได้มีการกําหนด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า สภากทม.รุ่นนี้ มีคนรุ่นใหม่มาทํางานเยอะมาก จะยกระดับให้ สภากทม.เป็นสภาที่ทันสมัยและคนรุ่นใหม่ทํางานผสมผสานกับคนรุ่นเก่าอย่างไร ?

น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวว่า คิดว่าวาระที่ประกาศไป หรือเรื่องการที่พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม จะต้องทํา สภากทม.แห่งนี้ให้เป็นสภาฯ ที่รองรับคนรุ่นใหม่ โดยใช้ประสบการณ์ความเก๋าของคนรุ่นเก่ามาผสมผสานกัน

“พอเป็นทางเรา 3 คน ส่วนตัวคิดว่าจะสามารถประสานงานกับเพื่อนสมาชิกได้อย่างเป็นอย่างดี” น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อถึงเรื่องการทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะอย่างในวันนี้มีความพยายามแย่งชิงเก้าอี้ (ประธานสภากทม.)

น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าเป็นประเด็นๆ ไป เพราะหลายเรื่องของสภากรุงเทพมหานคร จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างมีความเป็นกลาง อย่างเช่น เรื่องของพี่น้องประชาชน สิ่งแวดล้อมต่างๆ อาจจะต้องเจรจาไปเป็นเรื่องๆ

ในวาระ 2 ปี ที่ประธานสภากทม. จะรักษาเสียงสนับสนุนให้ทำงานได้ครบวาระอย่างไร ?

น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวว่า เป็นการบริหารจัดการความสัมพันธ์ เพราะไม่ว่าอย่างไร การทํางานในสภากทม. ต้องร่วมกันกับเพื่อนสมาชิก คิดว่าไม่ได้เป็นกังวล ค่อยๆ ทําไป

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า สภากทม.หลายคนมองว่าเป็นสภาฯ ที่เล็ก ไม่ค่อยมีคนสนใจถ้าเทียบกับ รัฐสภา อยากจะฝากถึงประชาชนอย่างไร ?

น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวว่า ตรงนี้ต้องยอมรับว่าเป็นหน้าที่ของ สภากรุงเทพมหานคร และเพื่อนสมาชิกทุกท่านด้วย ที่ต้องช่วยกันผลักดันให้พี่น้องประชาชนรับทราบถึงการทำงานของพวกเรา เพื่อให้การทำงานของพวกเรามีน้ำหนัก

“ต้องฝากพี่ๆ สื่อมวลชนทุกท่าน ช่วยสนใจ สภากทม. เพราะว่างบประมาณเยอะมาก ปีนี้เห็นว่ามีเพิ่มขึ้นมาอีกหลายพันล้าน ฝากติดตามพวกเราด้วย คิดว่าในครั้งนี้สภากรุงเทพมหานครเอง ภายใต้การนําของพวกเรา 3 คน จะมีการประชาสัมพันธ์มากขึ้น และอยากจะเชิญชวนพี่ๆ สื่อมวลชนเข้ามาช่วยพวกเราด้วย” น.ส.ภัทราภรณ์กล่าว

ในส่วนแนวการทํางานกับฝ่ายบริหาร อยากฝากอะไรเป็นพิเศษถึงการทำงานร่วมกัน ?

น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวว่า คิดว่าเราตรงไปตรงมาเหมือนเดิม ตรงไหนที่สนับสนุนกันได้และเป็นเหตุเป็นผล เราก็สนับสนุนกัน ตรงไหนที่เราจําเป็นจะต้องตรวจสอบ เราก็จะตรวจสอบอย่างเข้มข้น ไม่ได้มีอะไรที่เปลี่ยนไปจาก 4 ปีก่อน

เมื่อถามว่า สไตล์การทํางานของพรรคประชาชน เป็นสไตล์ที่ตรวจสอบล้วงลึก อย่าง สภากทม.จะเป็นด่านแรกหรือไม่ ที่จะทํางานตรวจสอบเรื่องความโปร่งใสก่อนที่จะส่งต่อให้ ส.ส.ของพรรคประชาชนในระดับประเทศได้สานต่อ หรือตรวจสอบ ?

น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวว่า งบประมาณของ สภากรุงเทพมหานคร จะมาจากทางฝั่งบริหาร และมาที่ ส.ก. หลังจากนั้นจะเป็นการอนุมัติให้เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ที่จะกำหนดให้เป็นข้อบัญญัติ

“ดังนั้นตัวงบประมาณของสภากรุงเทพมหานคร จะไม่ได้ผ่านไปที่ ส.ส. แต่ตรง ส.ส. อาจจะมีงบ หรือเงินอุดหนุนจากรัฐบาลมาที่กรุงเทพมหานคร โดยผ่าน ส.ส. อาจจะต้องแยกส่วนกัน

แต่ในจุดนี้เราดีใจที่ได้ ส.ส.หลาย ๆ ท่านเข้ามาช่วยประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญของ งบฯ กรุงเทพมหานคร” น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ ประธานสภากรุงเทพมหานคร นัดประชุมครั้งต่อไปในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป เพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงินกว่า 9.3 หมื่นล้านบาท

ด้าน นายเนติภูมิ รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1 กล่าวว่า พวกเราทั้ง 3 คน ประธานฯ และรองประธานฯ พร้อมผลักดัน เพื่อแก้ไขปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชน พร้อมเปิดพื้นที่ประชาชนได้มีส่วนร่วมตรวจสอบงบประมาณและการทำหน้าที่ของสภากรุงเทพมหานคร เช่น การออกข้อบัญญัติ การตรวจสอบการทำงานและการใช้งบประมาณของฝ่ายบริหาร โดยพวกเราจะทำงานโดยยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง

ขณะที่ นายนริสสร รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 2 กล่าวว่า เราจะขับเคลื่อนให้กรุงเทพมหานครโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ คุ้มค่าแก่ภาษีของประชาชน ตามแนวทางของประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากทม. คนที่ 1
นายนริสสร แสงแก้ รองประธานสภากทม. คนที่ 2