ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ถึง เหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิง “ร้าน ณ ลาดพร้าว” เมื่อคืนวันที่ 12 ต่อเนื่องถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ว่า ถือเป็นเหตุสาธารณภัยร้ายแรงที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างพิสูจน์สาเหตุของเพลิงไหม้และตรวจสอบระบบความปลอดภัยของอาคาร รวมถึงประเด็นทางหนีไฟและการปฏิบัติตามกฎหมายของสถานประกอบการ
หากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต้องรับมือกับเหตุการณ์ลักษณะนี้ แนวทางที่ควรดำเนินการแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้
ระยะเร่งด่วน (24–72 ชั่วโมง)
1. ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command)
* รวมทุกหน่วยงานไว้ในจุดเดียว เช่น สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม., ตำรวจ, โรงพยาบาล, นิติเวช, การไฟฟ้า และสำนักงานเขต
* รายงานสถานการณ์ต่อประชาชนทุก 2–3 ชั่วโมง
2. ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและญาติ
* เปิดศูนย์ประสานญาติ
* ตรวจ DNA และยืนยันอัตลักษณ์อย่างรวดเร็ว
* จัดนักจิตวิทยาและทีมเยียวยาผู้ประสบเหตุ
* ประสานโรงพยาบาลทุกแห่งที่รับผู้บาดเจ็บ
3. รักษาพื้นที่เกิดเหตุ
* ห้ามรื้อถอนจนกว่าพนักงานสอบสวนและพิสูจน์หลักฐานจะเก็บหลักฐานครบ
* เก็บข้อมูลจาก CCTV
* ตรวจระบบไฟฟ้า ระบบดับเพลิง และโครงสร้างอาคาร
4. ตรวจสอบสถานบันเทิงทั่วกรุงเทพฯ ทันที
* สั่งตรวจสถานบันเทิงที่มีความเสี่ยงสูงทุกแห่งภายใน 7 วัน
* ตรวจ
– ทางหนีไฟ
-ถังดับเพลิง
-ระบบสปริงเกลอร์
-ระบบแจ้งเหตุ
-ความจุผู้ใช้บริการ
-การต่อเติมอาคาร
5. สื่อสารอย่างโปร่งใส
* รายงานข้อเท็จจริง ไม่คาดเดาสาเหตุ
* เปิดช่องทางแจ้งเบาะแสและร้องเรียน
ระยะสั้น (ภายใน 30 วัน)
1. Safety Audit กรุงเทพมหานคร
ตรวจสถานบันเทิง ผับ บาร์ โรงเบียร์ คาราโอเกะ และสถานที่จัดคอนเสิร์ตทุกแห่ง
แบ่งระดับความเสี่ยง
* สีแดง : สั่งปิดทันที
* สีเหลือง : ให้แก้ไขภายในกำหนด
* สีเขียว : ผ่านมาตรฐาน
2. ฐานข้อมูลออนไลน์
ประชาชนสามารถค้นหาได้ว่า
* ร้านใดผ่านการตรวจ
* ร้านใดอยู่ระหว่างแก้ไข
* ร้านใดถูกสั่งปิด
3. ซ้อมอพยพ
กำหนดให้สถานบันเทิงทุกแห่ง
* ฝึกซ้อมหนีไฟอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
* พนักงานทุกคนต้องผ่านการอบรมดับเพลิงขั้นต้น
ระยะยาว (1–5 ปี)
1. ยกระดับกฎหมายความปลอดภัย
กำหนดให้สถานบันเทิงทุกแห่งต้องมี
* ระบบสปริงเกลอร์อัตโนมัติ
* ระบบตรวจจับควัน
* ระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะ
* ไฟฉุกเฉิน
* ป้ายหนีไฟเรืองแสง
* ประตูหนีไฟที่เปิดออกได้ตลอดเวลา
2. ระบบ AI Fire Safety ของกรุงเทพฯ
เชื่อมข้อมูล
* เซ็นเซอร์ควัน
* กล้อง AI
* ระบบแจ้งเหตุ 199
* ศูนย์บัญชาการ กทม.
หากตรวจพบความผิดปกติ
* แจ้งเจ้าของอาคาร
* แจ้งสถานีดับเพลิงใกล้ที่สุด
* แจ้งประชาชนในพื้นที่
3. ตรวจอาคารประจำปี
สถานบันเทิงทุกแห่งต้องผ่านการตรวจโดย
* วิศวกร
* ผู้ตรวจระบบไฟฟ้า
* ผู้ตรวจระบบดับเพลิง
หากไม่ผ่าน ต้องระงับการใช้สถานที่จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ
4. แผนที่ความเสี่ยง (Bangkok Risk Map)
จัดทำฐานข้อมูลสถานที่เสี่ยงทั่วกรุงเทพฯ เช่น
* สถานบันเทิง
* อาคารเก่า
* ตลาด
* โรงแรม
* โกดัง
* อาคารที่มีคนหนาแน่น
เพื่อกำหนดลำดับการตรวจเชิงรุก
5. ปรับปรุงการออกใบอนุญาต
เชื่อมข้อมูลระหว่าง
* กรุงเทพมหานคร
* ตำรวจ
* การไฟฟ้า
* กรมโยธาธิการและผังเมือง
* กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
เพื่อไม่ให้มีการต่อใบอนุญาตหากยังไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย
เป้าหมายที่ผู้ว่าฯ ควรประกาศต่อประชาชน
1. ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุและครอบครัวอย่างเต็มที่
2. ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส
3. ตรวจสถานบันเทิงทั่วกรุงเทพฯ อย่างเร่งด่วน
4. ปรับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งเมือง
5. ใช้เทคโนโลยีและการตรวจเชิงรุกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำ
แนวทางเหล่านี้สอดคล้องกับบทเรียนจากเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงในอดีตของไทย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัย การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ และการเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน เป็นปัจจัยสำคัญในการลดความสูญเสียจากเหตุการณ์ลักษณะนี้




